คาดการณ์อนาคต


หนังสือ อนาคตศึกษาเขียนโดย รศ. ดร. อภิวัฒน์ รัตนวราหะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย สกสว. เมื่อต้นปี ๒๕๖๓ นี้เอง

อ่านแล้วช่วยให้ผมเข้าใจ Futures Studies มากขึ้น    โดยที่ผมเป็นกรรมการกำกับโครงการวิจัยที่ใช้ Futures Studies อยู่สองชุดโครงการใหญ่ คือ ชุดโครงการคนไทย ๔.๐   กับชุดโครงการประเทศไทยในอนาคต โปรดสังเกตคำว่า Futures  มีตัว s คือเป็นพหูพจน์ นะครับ    เพราะเป็นการพยายามทำความเข้าใจอนาคตหลายแบบ   ขอย้ำว่า เป็นการทำความเข้าใจและคาดการณ์เท่านั้นนะครับ  ไม่ใช่ทำนาย    เพราะศาสตร์นี้เชื่อว่า ไม่มีใครทำนายอนาคตได้    เพราะคนในศาสตร์นี้ไม่ใช่หมอดู    ซึ่งหมายความว่า ไม่มีญาณวิเศษ   

หัวใจสำคัญคือ อนาคตศึกษามีหลายแบบหลายเป้าหมาย    ดังนั้น หากจะให้ทุนสนับสนุนการดำเนินการอนาคตศึกษาต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด ว่าทำไปเพื่ออะไร    สองแบบใหญ่ที่สุดคือ อนาคตศึกษาแนววิชาการ  กับการคาดการณ์อนาคตเพื่อนำไปใช้วางแผนเฉพาะเรื่อง

น่าเสียดาย ที่ สกสว. พิมพ์หนังสือเล่มนี้เพียง ๕๐๐ เล่ม    เพราะเมื่ออ่านแล้ว ผมมีความเห็นว่า เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามาก   และมีคุณภาพสูง    โดยเฉพาะอย่างยิ่งลีลาการเขียนและการใช้ถ้อยคำช่วยให้อ่านเข้าใจง่าย     สำหรับผม อ่านแล้วประเทืองปัญญายิ่งนัก      

อนาคตศึกษาแนววิชาการ ใช้ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ด้วย    ไม่ใช่เพื่อสร้างความรู้ใหม่เท่านั้น   

ประเทศที่เด่นมากในการใช้ เพื่อการพัฒนาประเทศคือ ฟินแลนด์กับสิงคโปร์    โดยที่ยุทธศาสตร์การใช้เครื่องมือนี้ของสองประเทศแตกต่างแบบขั้วตรงกันข้าม    คือฟินแลนด์ใช้แบบกระจายอำนาจ คือมีระบบ futures studies แบบเครือข่าย    ส่วนสิงคโปร์ใช้แบบรวมศูนย์  

การศึกษาอนาคตมีหลายแบบ หรือหลายวิธีการ   และหลายวัตถุประสงค์    สองแบบใหญ่คือ อนาคตศึกษาหรืออนาคตศาสตร์ (academic futures studies)  กับ การคาดการณ์อนาคต (strategic foresight)    แบบแรกเป็นงานวิชาการ เน้นภาพกว้าง    แบบหลังเป็นงานเพื่อใช้การ เน้นโฟกัสประเด็น   

เนื่องจากเป็นศาสตร์ที่ไม่แม่นยำ    จึงมีการพัฒนาศาสตร์นี้อย่างต่อเนื่อง    ผ่านการพัฒนาเครื่องมือ และการทดลองใช้งานเครื่องมีอหลากหลายชนิด    เครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งคือ “กรวยอนาคต” (futures cone)  (น. ๖๕ - ๖๖)     กับเทคนิค “การสร้างฉากทัศน์” (scenarios) (น. ๑๖๘ -  ๑๗๔)    อีกเทคนิคหนึ่งคือ “วิสัยทัศน์” (vision) (น. ๑๙๑ - ๑๙๓)    ที่เป็นเครื่องมือช่วยกันคิดเป้าหมายในอนาคต    ช่วยให้คนในองค์กรมีวิสัยทัศน์ร่วม เป็นเครื่องมือรวมพลัง    และเปิดอิสระในการดำเนินการสู่เป้าหมายนั้น 

เครื่องมือ “การคาดการณ์อย่างมีส่วนร่วม” (น. ๑๗๙ - ๑๘๔) น่าจะมีที่ใช้มากในประเทศไทย     เพื่อใช้ empower คนในพื้นที่หรือท้องถิ่น    ให้ลุกขึ้นร่วมกันดำเนินการพัฒนาชุมชนของตน     

ประเทศไทยก็มีการนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้ ในหลากหลายเป้าหมาย หลากหลายสถานการณ์    แต่ส่วนของการสร้างศาสตร์ยังไม่ชัดเจน    และยังไม่มีการสร้างนักอนาคตศาสตร์    ไม่มีหลักสูตรไม่ว่าในระดับปริญญาตรี โท หรือเอก   

ขอบคุณ ศ. ดร. มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้

วิจารณ์ พานิช

๒๙ มิ.ย. ๖๓


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)