วันนี้พระอาจารย์องค์ที่มาเทศนาในงานพิธีสวดที่วัดชลประทานฯ ปากเกล็ด ท่านบรรยายว่า วัดชลประทานฯก่อสร้างมาประมาณหกสิบปีมาแล้วโดยท่านพระอาจารย์ปัญญา นันทภิกขุ และก็เป็นปกติวัดเป็นสถานที่สุดท้ายของชีวิต ทางวัดเสียดายว่าไม่ได้ทำสถิติว่าได้เผาศพไปแล้วจำนวนเท่าไหร่ เป็นชายเท่าไหร่ เป็นหญิงเท่าไหร่ และอายุทั้งหมดเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อสองปีที่ผ่านมาได้เริ่มทำสถิติ พบว่าตลอดปี มีแปดร้อยกว่าศพ ท่านบรรยายว่ามีวันหนึ่งที่ศาลา 5 มีศพอายุ 101 ปี ที่ศาลา 3 มีศพอายุ 19 ปี และโยมทั้งหลาย ที่ศาลา 1 แห่งนี้มีศพอายุ 8 ปี
ไม่มีใครกำหนดวันตายได้ใช่ไหม แล้วเราเตรียมพร้อมที่จะตายกันแบบไหน อย่างไรกัน
มีอีกสัปดาห์หนึ่ง ที่ศาลา 3 ศพอายุ 54 ปี และที่ศาลา 4 ศพก็อายุ 54 ปี เหมือนนัดกันลาโลกไป ย้อนกลับไปที่ศพอายุ 19 ปีนั้นโยม เป็นเด็กชายที่มีสมองเฉลียวฉลาดมาก กำลังเรียนและก้าวหน้ามากที่สุด ที่บ้านมีถ้วยรางวัล มีใบประกาศเกียรติคุณมากมาย เพราะเขาเป็นเด็กเรียนเก่ง เข้าแข่งขันโอลิมปิคนานาชาติและได้รับชัยชนะมา แต่ก็ต้องมาลาโลกไปในวัย 19 ปีเพราะมะเร็งในเม็ดเลือด
ทุกวันนี้แต่ละคนตื่นขึ้นมาก็ต้องเร่งรีบเดินไปทำงานตามหน้าที่ ตามบทบาท ที่มีอยู่ ไม่ว่าท่านจะใหญ่โตในตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือเป็นแค่ประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ที่สุดก็ถูกนำร่างมาที่วัดนี้ ดูข้างหน้าท่านสิ ร่างของคุณแม่สุขุม ที่นอนในโลงนั่นสอนอะไรเราบ้างเล่า อย่าเพลิดเพลินกับสิ่งไร้สาระให้มากนัก แต่สังคมก็สร้างอะไรต่อมิอะไรให้คนจะต้องผ่านเข้าไปพัวพัน
โยมทั้งหลาย ท่านพุทธทาสและท่านปัญญา ได้สั่งสอยพุทธบริษัทไว้ “จิตที่คิดจะให้ สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา ยิ่งให้ยิ่งได้” “ทุกวินาทีต้องมีสติรู้ทัน ปัญญารู้ทัน ชีวิตไม่เศร้าไม่ทุกข์ มีสติอย่าเผลอ” ฝึกฝนไว้ มันอาจจะหลุดจะหลงไปก็ต้องรีบตั้งสติกลับมานะโยม ตั้งสติกระทำดีไว้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าชีวิตเราจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ด้วยสารพัดเงื่อนไข ดูซิบางท่านสิ้นลมเมื่ออายุ 101 ปี แต่บางท่าน อายุเพียง 8 ปีเท่านั้น
เมื่อเรายังมีลมหายใจ ตั้งสติให้มั่น ฝึกฝนไว้ ทำความดีไว้นะ มันมีสารพัดรูปแบบที่จะทำดีนะโยมนะ ..
ก่อนที่ท่านจะจบการบรรยายธรรม ท่านกล่าวว่า ทุกวันนี้วัดต้องรับศพไม่ได้ว่างเว้น จึงมีดำริจะสร้างสถานที่เผาศพเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานที่ เพื่อรองรับสภาพสังคมที่มีประชาชนหนาแน่นมากขึ้น และมีศพเพิ่มมากขึ้น วัดก็ต้องรองรับช่วงสุดท้ายของชีวิตแบบนี้ บ่อยครั้งที่ญาติโยมโทรมาจองศาลา แต่วัดมีศพเต็มไปหมดแล้ว ก็รับไม่ได้ เมื่อวัดพอมีสถานที่จะสร้างเพิ่มเติมได้เพื่อรองรับพิธีกรรมสุดท้ายของชีวิตจึงจะทำ ขอถือโอกาสบอกกล่าวญาติโยมใครจะทำบุญก็เชิญตามกำลังศรัทธานะ..
สาธุ สาธุ สาธุ...