ชีวิตที่พอเพียง 3726. เศรษฐศาสตร์ของความเชื่อถือ


ในการประชุมสภา มช. เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓    ศ. พิเศษ ดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย อธิบายการเปลี่ยนโฉมสถานการณ์โลกที่เกิดจาก โควิด ๑๙ อย่างประเทืองปัญญายิ่ง  

ท่านบอกว่าสถานการณ์จะยังผันผวนเอาแน่ไม่ได้ (ช่วง transition) ไปอีกนาน จนกว่าจะมีวัคซีน    และผมคิดต่อว่า เมื่อเริ่มมีวัคซีน เราจะได้เรียนรู้ว่าจะมีการจัดการเพื่อความเท่าเทียมกันของผู้คนในโลกในการเข้าถึงวัคซีนอย่างไร    สหรัฐอเมริกาภายใต้ ปธน. ทรัมป์ จะแสดงพฤติกรรม America First อย่างไร    เพราะตอนนี้ก็ได้ข่าวว่า อเมริกาติดต่อขอเหมาวัคซีนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ดจะผลิตออกมา

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ    ดร. สุรเกียรติบอกว่า ระเบียบโลกเปลี่ยนไปมากในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา     สภาพ “โลกทั้งผองพี่น้องกัน” หรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เลือนไปมาก     โดยเฉพาะประเทศผู้นำของโลก    องค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะองค์การอนามัยโลก อ่อนพลังลงมาก    globalization อ่อนแอลง    regionalization น่าจะเข้มแข็งขึ้น    แต่ละประเทศต่างมุ่งพึ่งพาตนเอง     

สิ่งที่เรียกว่า ความมั่นคง (security) จะเพิ่มความสำคัญขึ้น    ได้แก่ความมั่นคงด้านอาหาร  ความมั่นคงด้านสุขภาพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงของมนุษย์ (human security)    ประเด็นสำคัญคือ freedom from fear  กับ freedom from want    ซึ่งหมายถึงไม่มีการกดขี่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกัน    และมนุษย์เข้าถึงสิ่งจำเป็นที่เลยปัจจัยสี่เล็กน้อย   

ท่านเอ่ยถึง เศรษฐกิจว่าด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ (economy of trust)    ว่าไม่มีสินค้าปลอม  อาหารออร์แกนิกปลอม  ยาปลอม  เป็นต้น    ประเทศต่างๆ กำลังพัฒนาระบบ secure tracibility ใช้รับรองสินค้าที่คุณภาพตรงตามประกาศ     ประเทศจีนหาทาง “ติดป้าย” คนว่าเป็นคนที่ไม่แพร่เชื้อ    เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจคนด้านสุขภาพ

ผมคิดต่อว่า ประเทศไทยสิ้นเปลืองไปมาก กับการเป็นสังคมที่ไว้ใจคนได้ยาก     ไม่ว่านักการเมือง  นักธุรกิจ  และประชาชนธรรมดา     ที่มีคนมุ่งแสวงประโยชน์โดยมิชอบ หรือคอร์รัปชั่น    เพราะสังคมของเราไม่มุ่งสร้างคนที่ซื่อสัตย์สุจริตเชื่อถือได้    ผมเคยฟังคุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ เล่าข้อคิดเห็นของคนเยอรมันที่มาอยู่ประเทศไทยกว่าสิบปี    วิจารณ์ว่า คนเยอรมันจะไม่เชื่อถือคนที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ    คนที่พูดอย่างทำอย่าง หรือมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมเยอรมัน     ในขณะที่สังคมไทยถือเป็นของธรรมดา     

ดร. สุรเกียรติ บอกว่า เวลานี้โลกอยู่ในสภาพ “สงครามเกือบเย็น” (cool war) ยังไม่ถึง cold war    แต่เดาว่าจะก้าวสู่สงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน     สงครามเย็นเป็นสงครามอุดมการณ์     แต่สงครามระหว่างอเมริกากับจีนในปัจจุบันเป็นสงครามการค้า     และผมเดาว่า ต่อไปจะมีผู้ชี้ให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า    ระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก และระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบตะวันตก มีสัญญาณของความเสื่อม    โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเท่าเทียมกันในสังคม     กำลังมีระบอบประชาธิปไตยแบบจีน  และระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบจีน ที่ดูเหมือนจะก่อผลดีต่อคนส่วนใหญ่มากกว่า    

พฤติกรรมของประเทศสหรัฐฯ ที่คนทั่วไปรู้ทันแล้ว ก็คือ ยามที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ    อเมริกาจะไปก่อสงครามในประเทศไกลบ้าน    เพื่อหาทางขายอาวุธ    เป็น proxy war    เป็นวิธีคิดและพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่สุด   

ผมมอง proxy war อีกแบบ    ว่า ปธน. ทรัมป์ ใช้ โควิด ๑๙ เป็นเครื่องมือสร้างสถานการณ์สงครามเกือบเย็นกับจีน    เพื่อสร้างโอกาสกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง    

ในภาพรวม ผมมองว่า ปธน. ทรัมป์ แพ้สงครามความน่าเชื่อถือ          

วิจารณ์ พานิช  

๒๕ พ.ค. ๖๓


   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)