ชีวิตที่พอเพียง 3721. เล่าไว้ในวัยสนธยา 21. เลี้ยงปลา


ผมเคยเล่าเรื่องเลี้ยงปลากัดไว้ที่ (๑)    แต่ที่จะเล่าในบันทึกนี้เป็นการเลี้ยงปลาต่างๆ จากท้องนาสมัยเป็นเด็ก ถึงตอนนี้มองว่าเป็นการทดลองเพื่อเรียนรู้ก็ได้    เป็นการทำบาปในชีวิตก็ได้    เพราะปลาตายไปมาก จากการขาดอาหาร      

ตอนนั้นผมน่าจอายุราวๆ ๑๒ - ๑๓ ขวบ     เพราะเป็นช่วงที่พ่อทำโรงสีแล้ว     ที่บ้านมีรำข้าว    เป็นที่มาของการทดลองเลี้ยงปลาจากท้องนา

ในฤดูฝนท้องนาหลังบ้านมีน้ำเต็ม  และในน้ำมีปลา    เอากระชอนเดินไปที่ท้องนา  ช้อนลงไปในน้ำโดยเราไม่ต้องลงไป หรือบางทีก็ลงไป    ได้ปลาตัวเล็กตัวน้อยมากมาย    สมัยนั้นอุดมสมบูรณ์อย่างนี้   

ปลาที่ช้อนได้ส่วนใหญ่เป็นลูกปลากระดี่  ปลากริม  ปลาซิว  ปลากัด  ลูกปลาหมอ  กุ้งนา  หอยขม  หอยโข่ง    ผมลองค้น กูเกิ้ล พบคลิปของคุณศิวะ ศรีแก้ว (๑) บรรยากาศคล้ายสมัยผมเป็นเด็กมาก    แต่สมัยเจ็ดสิบปีที่แล้วไม่มีตาข่ายพลาสติกอย่างในคลิปนะครับ    

ลูกปลา ลูกกุ้ง ลูกหอย ที่ช้อนได้ ผมกับน้องช่วยกันเอามาใส่ไห ใส่อ่าง ตามที่หาได้    หาแหน จอกแหน และพืชน้ำมาใส่ให้มันกิน    เราเอารำข้าวที่มีอยู่ที่โรงสี เอามาโรยให้มันกิน    ปลามันขึ้นมาตอดกิน เราก็ดีใจว่ามีอาหารให้มันกินแล้ว    

เราไปดูปลาวันละหลายครั้ง    ยกจอกแหนขึ้นมาดู เห็นรากมันโดนปลากินจนไม่เหลือก็ไปหาจอกแหนอันใหม่มาใส่แทน    เอารำไปโรยให้มันกินวันละสองสามครั้ง เขาก็กินกันด้วยความหิว     แต่ อนิจจา ราวๆ เช้าวันที่สี่หรือห้า    ผมรีบไปดูปลาตั้งแต่เช้า  มีปลาตายลอยขึ้นมา    มีกลิ่นเหม็นแล้ว     และวันต่อๆ มา มีปลาตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ    และน้ำมีกลิ่นเหม็น    ผมถ่ายน้ำทำความสะอาดอ่างหรือไหก็แล้ว    เปลี่ยนจอกแหนก็แล้ว    ปลายังตายอยู่เรื่อยๆ     จนในที่สุดผมก็ต้องยอมแพ้ เลิกเลี้ยงปลาไปเลย    

มาคิดดูตอนนี้ ปลามันขาดอาหารตาย    เพราะปลาเหล่านั้นมันกินอาหารโปรตีน คือสัตว์เล็กสัตว์น้อยในนา     ผมให้มันกินรำ ซึ่งอุดมวิตามิน และไขมัน    มันขาดโปรตีนตาย    ตอนนั้นยังไม่มีอาหารปลาสำเร็จรูปขาย    ก้ามี ผมน่าจะได้ประสบการณ์การเลี้ยงปลาที่ดีกว่านี้   

มาเลี้ยงปลาตู้เป็นล่ำเป็นสันตอนแต่งงานแล้ว และอยู่ที่บ้านบางขุนนนท์    ช่วงหนึ่งผมไปทำคลินิกตอนเย็นหาลำไพ่    ที่คลินิกแถวๆ ศรีย่าน    เจ้าของคลินิกเป็นพยาบาล    แถวนั้นมีร้านขายปลาสวยงามหลากหลายชนิด    ใหม่ๆ ผมซื้อปลาเงินปลาทองมาเลี้ยงสองสามตัว     ใส่ตู้เลี้ยงปลายาวราวๆ ครึ่งเมตร ตั้งไว้ที่ระเบียงเล็กๆ หน้าบ้าน    แล้วก็ค่อยๆ ขยายไปเลี้ยงปลาหางนกยูง  ปลาหางดาบ  ปลาเทวดา  และปลาอื่นๆ ที่มีขายทั่วไป    สมัยนั้นยังมีตลาดนัดในวันเสาร์อาทิตย์ที่ท้องสนามหลวง    มีร้านปลาสวยงามหลายร้าน    ผมก็ไปเป็นลูกค้าเขาด้วย    มีเพื่อสมัยเรียนมัธยมชื่อฉลอง อนุมาศ เพราะปลาสวยงานส่งออกและขายที่ท้องสนามหลวงด้วย   

นานเข้าตู้ปลาขยายจำนวนวางเต็มข้างระเบียง     ปลาเหล่านี้เลี้ยงง่าย เขาออกลูกเพิ่มจำนวนด้วย     เลี้ยงอยู่สองสามปีก็เบื่อเพราะเป็นภาระต้องเปลี่ยนน้ำและล้างตู้ปลา        

การเลี้ยงปลาสองครั้งนั้น ห่างกันราวๆ ๒๐ ปี    เลี้ยงครั้งแรกปลาตาย    ครั้งหลังปลาขยายพันธุ์จนเลี้ยงไม่ไหว     

วิจารณ์ พานิช

๑ มิ.ย. ๖๓


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)