คณะสงฆ์ในศาสนาพุทธ 8

เขียนโดย... Christmas  Humphreys

แปลโดย...อุทัย  เอกสะพัง

    ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการถวายพระเพลิงพุทธสรีระและพระบรมอัฏฐิ (The  Cremation  and  Relics )

กล่าวถึงพระอนุรุทธะซึ่งเป็นพระเถระผู้เฒ่าได้กล่าวเตือนสติพุทธบริษัทไม่ให้คร่ำครวญว่า

“ ถ้าทุกสิ่งที่เกิดมามีเมล็ดพันธุ์แห่งการละลายอยู่ภายในตัวมันเองเป็นไปได้อย่างไรที่จะให้ร่างกายนี้ไม่ละลาย?”

        ต่อมาพระอานนท์แจ้งมติที่ประชุมสงฆ์โดยส่งให้ ชาวมัลละทั้งหลาย(Mallas) แห่ง เมืองกุสินารา (Kusinara) พร้อมกันเป็นเจ้าภาพจัดพิธีกรรมตามสมควร ซึ่งหลังจากพิธีกรรมบูชาไปแล้วได้เจ็ดวันต่อมาก็ทำพิธีกรรมถวายพระเพลิงพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า (เผาศพ). 


แล้วบรรดากองขี้เถ้านั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นสิบส่วนและแต่ละส่วนได้มอบให้กับราชาแห่งดินแดนต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จไปแสดงพระสัจธรรมโปรดท่านเหล่านั้นในช่วงมีชีวิตอยู่.

        ลำดับต่อมาได้มีการสร้างสถูป (Stupas )หรือ dagobas ที่ถูกสร้างขึ้นไว้เป็นที่เคารพนับถือของพวกเขาและในไม่ช้าการเคารพบูชาในพระธาตุเหล่านี้ก็กลายเป็นลัทธิ พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา.

แม้กระทั่งสืบทอดมาถึงทุกวันนี้โดยที่พระบรมธาตุดังกล่าวนั้นล้วนไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ของชาวพุทธ  เพราะมีความเชื่อว่าเป็นของพระสมณะโคตรมะ( Gotama)แน่นอน สิ่งที่พระพุทธเจ้าได้รับการกราบไหว้เคารพบูชาอย่างนี้ ด้วยพระพุทธองค์สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งพระพุทธองค์ก็ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้รับบรรจุพระบรมธาตุไว้ให้เคารพบูชาเช่นนี้.

        เมื่อไม่นานมานี้ได้ทราบว่า ( สมัยผู้เขียนแต่งหนังสือเล่มนี้ )พระธาตุอัฏฐิของพระสารีบุตรและพระธาตุอัฏฐิของพระโมคคัลลานะซึ่งย้ายมาจากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรียและอัลเบิร์ตในกรุงลอนดอนนับตั้งแต่ถูกนำมาจากสถูปสาณจี ( Sanchi Stupa) ในช่วงกลางศตวรรษที่แล้วได้ถูกนำกลับมายังอินเดียผ่านทางประเทศศรีลังกา ( Ceylon)เพื่อนำมาไว้ ณ สถูปเดิม นับเป็นหนึ่งในสิบของสถูปเจดีย์ที่กล่าวกันนั้นว่าได้ถูกสร้างขึ้นบนเถ้าถ่านของพระสมณโคตมะ( Gotama) ด้วยมีเพียงไม่กี่ท่านที่มีความแน่นอนที่นำเถ้าถ่านมาสร้างเช่นนี้.

นอกจากนี้ยังมีองค์เจดีย์ใน (Bhattibrolu )ที่มีผู้คนค้นพบภายในองค์พระเจดีย์นั้นพบมีผ-อบ คริสตัลติดป้ายว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและเจดีย์นั้นอย่างน้อยก็ในศตวรรษแรก.

        ท่านลอร์ดโรนัลด์เชย์นำพระบรมธาตุอัฏฐิที่ค้นพบนั้นมอบคืนให้อินเดีย จากนั้นอุปราชแห่งอินเดียได้นำไปสู่มหาโพธิสังคมและในไม่ช้ามหาวิหารได้ถูกสร้างขึ้นในเมืองกัลกัตตาเพื่อจัดทำเป็นที่ไว้พระบรมธาตุดังกล่าว  ในช่วงไตรมาสของสังคมที่มีชื่อเสียงนี้ถือว่าเป็นการได้รับของขวัญพิเศษของพวกเขา.

ต่อมาสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาได้เป็นสิ่งที่นำไปสู่การจาริกแสวงบุญ แต่จากสี่แหล่งสำหรับการจาริกแสวงบุญทางพระพุทธศาสนามีสองแห่งเท่านั้นที่พบได้ง่าย.

        ด้วยสวนลุมพินีอันเป็นสถานที่เกิดของสมณโคตมะ ( Gotama) ถูกแบ่งเขตแดนทำให้ที่เกิดอยู่ในเนปาล อันเป็นสถานที่เดินทางไปยากลำบากมากและอีกแห่งคือเมืองกุสินารา ( Kusinara)ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าล่วงลับไปแล้วปรากฎว่ามีการแสดงร่องรอยไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับพุทธคยา (Buddha Gaya )อันเป็นมหาเจดีย์ที่ตั้งของการตรัสรู้และสวนกวางที่สารนาถ ( Sarnath) อยู่ใกล้เมืองพาราณสี( Benares) ซึ่งสถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกเหมือนเป็นศูนย์กลางที่ตั้งมั่นของพระพุทธเจ้าหรือเป็นที่ตั้งของวงล้อแห่งพระสัจธรรมเริ่มหมุนไป” เป็นที่นิยมของชาวพุทธอย่างมากและผู้จาริกแสวงบุญได้เดินทางมาจากทุกส่วนของมุมโลกเพื่อน้อมรำลึกถึงเรื่องราวของพระพุทธศาสนาของพวกเขา.

        ด้วยความงามและความสงบสุขของพระพุทธเจ้าแม้กายาถูกทำลายโดยอิทธิพลที่โชคร้ายสำหรับวัดและคณะสงฆ์ก็ยังคงอยู่แม้จะมีการประท้วงขอร้องทางพุทธศาสนามาห้าสิบปีในระดับใหญ่ของชาวฮินดูก็ตาม แต่สำหรับที่สารนาถ( Sarnath) ซึ่งตอนนี้ยังคงได้รับการบำรุงรักษาโดยสมาคมมหาโพธิ อันเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของอินเดียยุคใหม่และอาจพบบางส่วนของความสงบสุขของจิตใจที่มาถึงผู้ที่ปฏิบัติตามในการเดินตามทางสายกลางแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสมณโคตมะ( Gotama,หรือ พระพุทธเจ้า)นั้น.