
[review] รีวิว Door Lock (2018) ห้องหลอนปริศนา หนังระทึกขวัญจิตวิทยาฆาตกรต่อเนื่องเกาหลี หนังที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าและคุณอยู่ในห้องที่มีการล็อกอย่างแน่นหนามีรปภคอยเฝ้า 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ
โจ คยองมิน (รับบทโดย กงฮโยจิน) ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวสาวโสดในเมืองหลวง ที่มีชีวิตอยู่เพียงแค่ตื่นมาแต่งตัวไปทำงานแล้วก็กลับห้องพักในอพาร์ทเม้นท์ที่มีไว้เพียงแค่ซุกหัวนอน แน่นอนว่าใครหลายคนอาจรู้สึกปลอดภัยเมื่อเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูอย่างแน่นหนาแล้ว
แต่คยองมิน รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เธอรู้สึกว่ามีใครกำลังเฝ้ามองเธออยู่ในห้อง เธอรู้สึกว่าเวลาที่เธอนอนมีคนยืนจ้องเธออยู่ เธอรู้สึกว่าทุกอย่างในห้องถูกขยับเขยื้อนข้าวของเครื่องใช้ถูกใช้ สำหรับเวลาที่เธอนอนหลับเหมือนว่ามีคนมานอนอยู่ข้าง ๆ เธอ เธอไม่รู้ว่า สิ่งนั้นคือความทรงจำที่ผิดพลาดของเธอหรือว่ามีคนจริง ๆ เข้ามาอยู่ในห้องเธอกันแน่ เมื่อเธอเริ่มรู้สึกตัวเธอก็เพิ่มอุปกรณ์ล็อคประตูห้องอย่างแน่นหนามากขึ้น เปลี่ยนรหัสการล็อคประตูห้องให้มีความซับซ้อนมากขึ้น จากนั้นเธอก็ออกสืบค้นหาว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นในห้องเธอ แต่แล้วเหตุการณ์ก็วนกลับมาเหมือนเดิมเธอยังรู้สึกว่ามีคนเข้ามาอยู่ในห้องของเธอเธอจึงตัดสินใจให้ตำรวจเข้ามาสืบค้นหาหลักฐานว่าใคร แต่ก็แน่นอนว่าตำรวจไม่พออะไร
เป็นหนึ่งในหนังระทึกขวัญเกาหลีที่ทำออกมาเพื่อสะท้อนภาพความหวาดกลัว ความหวาดระแวง ความไม่ไว้วางใจ และความมั่นคงของชีวิตที่เกิดกับหญิงสาวตัวคนเดียวที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างโดดเดี่ยว เป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่าไม่ว่าผู้หญิงจะมีความระมัดระวังตัวอย่างไรก็สามารถกลายเป็นเหยื่อของผู้ชายที่นิยมความรุนแรง หรือกลายเป็นเหยื่อของฆาตกรโรคจิตได้ทุกเมื่อ ในสังคมที่มีความศิวิไลโลกมีความเจริญก้าวหน้าแต่ก็ยังมีมุมมืดอีกหลายมุมที่แสดงความเป็นขั้วตรงกันข้ามกับความศิวิไลนั้นและความดำมืดที่น่ากลัวคือที่สุดก็คือจิตใจของมนุษย์นั่นเอง
ผู้กำกับเก่งมากที่ใช้ความอ่อนแอของผู้หญิงมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง เก่งขนาดที่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดรำคาญใจและน่าหงุดหงิดใจในพฤติกรรมบางอย่างของหญิงสาวตัวคนเดียว ที่หลาย ๆ ครั้งมันเป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีตรรกะ เป็นพฤติกรรมที่ง่ายหงุดหงิดอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคน แต่มันก็เป็นการสะท้อนที่ว่าจะให้ทำอย่างไรกับผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่สามารถช่วยเธอได้ แม้แต่ตำรวจเธอก็ไม่หวังพึ่งได้ เธอก็หาทางแก้ไขปัญหาและหาทางเอาตัวรอดของเธอด้วยวิธีการที่เธอคิดว่าดีที่สุด แต่วิธีการที่ดีที่สุดของคนคนหนึ่งก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดของใครหลายคน ดังนั้นคนดูจะรู้สึก" อิน" และอึดอัดไปกับตัวละครตัวนี้มาก หลายครั้งที่เธอแสดงให้เห็นถึงความงี่เง่าแต่ก็ทำให้เราลุ้นและเอาใจช่วยเธอเสมอ
หนังมีวิธีการหลอกหลอนคนดูโดยการทำให้เห็นว่าทิศทางความน่าจะเป็นเป็นไปในแบบหนึ่ง เมื่อคนดูสิกลับก็หักมุม ทำให้คนดูไหนหลัง ไม่มีบรรยากาศที่ค่อนข้างดี สร้างความไม่ไว้วางใจได้อย่างดี รายการหลอกหลอนคนดูแบบนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าหนังผีซะอีก
หนังแสดงความโหดร้ายทารุณในแบบ 2 ระดับ อันดับแรกคือความโหดร้ายทารุณของสังคมเมืองที่ไม่สามารถหวังพึ่งพาใครได้ ทุกคนต้องอยู่ในความหวาดกลัว และในระดับที่ 2 คือความโหดร้ายทารุณของเจ้าฆาตกรโรคจิต วิธีการของฆาตกรก็สามารถตีความเป็นนัยยะแฝงในเชิงสัญลักษณ์ได้ดี กล่าวคือเมื่อเรายิ่งใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมืองนานมากเกินไป ก็เหมือนกับจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปหรือสูบออกจากร่างกายของมนุษย์นั่นเอง
อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของตัวละครเอกก็ยังทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดใจไปกับหนังเรื่องนี้อย่างมากแม้ว่าจะเป็นการนำเสนอนัยยะทางสังคมก็ตาม แต่มันก็ทำให้เราหักคะแนนอย่างนี้ไปได้มากพอสมควร
7/10
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview #สถานีหนัง
#DoorLock2018 #หนังระทึกขวัญเกาหลี #สืบสวนสอบสวน #ฆาตกรต่อเนื่อง