โต๊ะโตะจัง
เด็กหญิงข้างหน้าต่าง

สวัสดีค่ะ คือเราได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นวรรณกรรมเยาวชนแปลเรื่อง โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังสือเล่มนี้เลย คิดแต่จะอ่านแค่เวลาว่างเท่านั้น แต่พอได้อ่านเข้าจริง ๆ ก็คือ วางไม่ลง ยิ้มตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้ายเป็นประโยคที่อธิบายเล่มนี้ได้ดี เลยอยากมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน
เนื้อเรื่องภายในหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับ โต๊ะโตะจัง ซึ่งเป็นเด็กหญิงจอมซน เธอไปโรงเรียนและเปิดปิดโต๊ะเรียนอย่างสนุกสนานเป็นร้อยครั้ง เปิดจนครูไม่มีสมาธิสอนหนังสือ เธอกลับมาเล่าให้แม่ฟังหน้าชื่นตาบานว่าเคยเห็นแต่โต๊ะลิ้นชักที่บ้าน แต่ที่โรงเรียนเปิดฝาเหมือนถังขยะได้ แล้วเธอชอบไปยืนริมหน้าต่าง คุยกับผู้คนที่ถนนด้านล่าง ด้วยเหตุนี้คุณครูจึงขอร้องให้ออก พูดง่าย ๆ คือโดนไล่ออก โชคดีมากที่โต๊ะโตะมีแม่ที่น่ารัก แม่ไม่ได้บอกเหตุผลให้ล่วงรู้เพียงแต่ชักชวนเด็กน้อยไปเรียนที่ใหม่
โรงเรียนโทโมเอมีห้องเรียนเป็นตู้รถไฟ ไปวันแรกโต๊ะโตะจังตื่นเต้นมาก คุณครูโคบายาชินั่งฟังหนูน้อยเล่าเรื่องเพลิดเพลินจนเวลาผ่านไปสี่ชั่วโมง คุณครูไม่ทักหรือบ่นสักคำ ที่นี่มีวิธีที่ทำให้เด็กซน หลุดกรอบกลายเป็นปกติ สอนเด็ก ๆ ให้รักโรงเรียน รักเพื่อน มีมารยาท สอดแทรกวิธีคิดและความลึกซึ้งในจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ในโรงเรียนนี้เด็ก ๆ เลยเฮฮาร่าเริง ได้ทั้งทำนา ทำครัว ปลูกผัก กางเต็นท์ หลายบทหลายตอน
พอช่วงเที่ยง เด็ก ๆ จะทานอาหารเตรียมมาจากบ้าน ครูใหญ่มีกฎ 2 ข้อ ต้องมีอาหารทะเล คือทำจากปลา อาหารทะเลต่างๆ และอาหารภูเขา คือ พืชผัก เนื้อสัตว์ต่างๆ เป็นกุศโลบาย ให้เด็กทานอาหารครบหมู่ นั่นเอง ถ้าเด็กคนไหนเตรียมมาไม่ครบ เช่นขาดทะเล ครูใหญ่จะบอก "ทะเล" ภรรยาครูใหญ่ซึ่งมีหม้ออาหาร 2 หม้อ (ภูเขา และ ทะเล นั่นเอง) ก็จะตักลูกชิ้นปลา เพิ่มให้ ..ถ้าครูใหญ่บอก "ภูเขา" ภรรยาครูใหญ่ก็ตักผัก หรือ เต้าหู้เพิ่มให้
โต๊ะโตะจัง โชคดี ได้มาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ ที่ครูใหญ่และคุณครูเข้าใจเธอ ให้เธอได้เรียนรู้สรรพสิ่งมากมาย และสร้างจินตนาการต่างๆอย่างมีความสุข ต่อมาเธอเติบโตเป็นนักข่าว ที่สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมาย
หลังจากอ่านโต๊ะโตะจังจบ เรารู้สึกใจฟูมาก ประทับใจในความน่ารัก ไร้เดียงสาของโต๊ะโตะ และความใจดี น่ารัก ความเข้าอกเข้าใจของคุณแม่ ,คุณครูใหญ่ และเพื่อน ๆ ในโรงเรียนประถมโทโมเอทุกคน หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่จะบรรยายชีวิตของเด็กน้อยคนหนึ่งให้ผู้อ่านรู้สึกสนุกไปเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่มันยังให้ข้อคิดและแนวคิดอะไรดี ๆ เต็มไปหมดโดยเฉพาะในเรื่อง บทบาทของพ่อแม่ในการเลี้ยงดูลูก และบทบาท วิธีการสอนของคุณครูกับนักเรียน อย่างเช่น ครูใหญ่ที่มีความละเอียดอ่อนและเข้าใจพื้นฐานจิตใจเด็ก สร้างความสมดุลระหว่างการเคารพกฎเกณฑ์และการมีอิสระของเด็ก ยอมรับเด็กอย่างที่เด็กเป็น แต่ไม่ลืมที่จะให้เด็กรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ที่สำคัญครูใหญ่สามารถทำให้เด็กที่ไม่มีใครยอมรับอย่างโต๊ะโตะ ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รับรู้ในคุณค่าที่ตัวเองมีอยู่ และนี่ก็เป็นส่วนที่ทำให้โต๊ะโตะจังเติบโตเป็นเด็กที่น่ารักและประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งได้เติบโตอย่างอิสระ แล้วเขาก็จะเอาตัวรอดได้เองในท้ายที่สุด อีกสิ่งที่เราประทับใจมากก็คือ การปรับตัวเข้ากับอะไรใหม่ ๆ ได้ง่ายของโต๊ะโตะจัง สิ่งนี้สอนให้เราได้รู้ว่าในทุก ๆ วัน มันมักจะมีเรื่องดี ๆ แทรกอยู่เสมอ
ที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือเป็นหนังสือที่แทรกมุมมองทางประวัติศาสตร์เอาไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะ แต่เป็นการถ่ายทอดออกมาผ่านมุมมองของเด็ก ซึ่งก็คือโต๊ะโตะจังนี่เอง ทำให้เรื่องราวที่สื่อออกมาดูน่าสนใจไปอีกแบบ เพราะได้เห็นเรื่องราวของผลกระทบจากสงคราม ผ่านทางสายตาของเด็กคนนี้ค่ะ
สุดท้ายแล้วข้อคิดอีกข้อที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้คือ เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความเป็นโต๊ะโตะอยู่ในตัว นั่นก็คือ หัวใจที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความถนัดและความชอบแบบที่ตัวเองเป็น เหมือนเพชรที่รอการเจียระไน ทุกคนมีความงดงามในตัวเอง เพียงแต่หลาย ๆ ครั้งที่สภาพแวดล้อมรอบข้างอาจจะทำให้ความงดงามนั้นถูกซ่อนอยู่ และไม่มีโอกาสได้ส่องประกายออกมา จึงต้องได้รับการสั่งสอน การเลี้ยงดูที่ดี และโอกาสที่ให้เด็กเหล่านี้ได้เติบโตอย่างอิสระ ได้โตในแบบที่เขาอยากโตค่ะ หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่ให้เด็กหรือวัยอย่างเราอ่านเท่านั้นค่ะ พ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครูและผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ควรได้อ่านหนังสือดี ๆ แบบนี้เช่นกัน รับประกันเลยว่าจะประทับใจและได้รับข้อคิดและแรงบันดาลใจดี ๆ มากมายจากหนังสือเล่มนี้แน่นอนค่ะ