" ผู้มีส่วนต้องสงสัยและไม่มีการกักตัว..ก็ต้องใช้สายลับสะกดรอย แล้วรายงานเข้าส่วนกลาง เพื่อจำกัดพื้นที่ที่ต้องระวังภัย..งานเลี้ยงใหญ่ๆในต่างจังหวัด ที่ไม่สนองนโยบายก็ให้ส่งทหารตำรวจเข้าไป ถ่ายทอดภาพให้เห็นว่ารัฐต้องการความร่วมมือ..ในขณะเดียวกัน..ก็สื่อสารการระวังป้องกันโควิด๑๙ โดยย้ำให้เข้าใจต่อเนื่องชัดเจน.."

        ปิดเทอมเร็วกว่าปกติ แต่ต้องทำตัวให้เป็นปกติ ไม่ต้องตระหนกตกใจกับภัยโควิด เพียงแค่ไม่ต้องไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและไม่ทำตัวสุ่มเสี่ยง เพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนและคนอื่น...

    เช้าขึ้นมาก็ไปโรงเรียน เตรียมการแก้ปัญหาภัยแล้ง เย็นลงก็ปลูกต้นไม้หลังบ้าน ตั้งใจปลูกให้เต็มพื้นที่ มีไม้ฮอคกานีและอีกหลากหลาย ปลูกไปจนกว่าจะเปิดเทอม..

        ค่ำๆก็ผ่อนคลาย ดูหนังฟังเพลง หนังเก่าเพลงเก่าก็ดูได้ฟังได้ ไม่เรื่องมาก บอกตัวเองว่าอย่าทำชีวิตให้ยุ่งยาก หากว่าไม่ลำบาก ก็ถือว่าสบายที่สุดแล้ว..

        ดูหนังทำให้ไม่เคร่งเครียดกับสถานการณ์บ้านเมือง ดูจนได้เรื่องมาเทียบเคียงกับโรคระบาดในเวลานี้ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น รอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะปิดประเทศ..

        แต่ตอนนี้ก็ทยอยปิดบ้านปิดเมืองกันบ้างแล้ว เชื่อว่าอีก ๓ วันคงนิ่งสนิท ยาวนานไปจนล่วงเลยสงกรานต์ งานนี้..มีเวลาดูหนังดังในตำนานอีกมากมายหลายเรื่อง..

        รัฐบาลน่าจะลองดูบ้าง ดูหนังจารกรรม ดูหนังสายลับ ดูหนังจับตัวประกัน หรือหนังระเบิดนิวเคลียร์ เข้ากันได้ดีกับสงครามไวรัส..อุบัติภัยโควิด ๑๙..

        ในแง่ของความรุนแรง..ที่ไม่น่าไว้วางใจ กระทบกันไปทั่วโลก..คร่าชีวิตของคนไปมิใช่น้อย..มันเป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าสงคราม..ผมอยากเสนอให้ภาครัฐจัดการแบบในหนัง..

        สั่งการและควบคุมระบบการทำงาน..แบบวอร์รูม. ( war room). โดยใช้ทำเนียบรัฐบาล หรือโรงแรมชั้นหนึ่งสักแห่ง หรือจะใช้กระทรวงสาธารณสุขก็ได้

        ทุกวันนี้..รัฐมนตรีและคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ..สรุปข้อมูลรายวัน แล้วแถลงในช่วงบ่ายและค่ำ..ผมก็ว่าดี แต่น่าจะใช้วิธีที่เข้มข้น..แบบที่ติดตามตัว เจสันบอร์น”

        ใช้นักวิชาการ..ทหาร..ตำรวจ คัดสรรแต่ที่มีฝีมือ ทำงานแบบฉับไวเข้าใจเทคโนโลยี และต้องทำงานในห้องเดียวกัน โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองอยู่ครบครัน..ทำงานไปด้วยกันอย่างต่อเนื่องไม่ต้องไปไหน?..เดือนเดียวก็รู้ผล รับรองโควิดราบคาบ

        การทำงานอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี, ผบ.ทบ.,. อตร.,รมต.สธ.และอธิบดีกรมควบคุมโรคและคณะแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ..ระดับประเทศ

        ภายในวอร์รูม..มีคอมพิวเตอร์ครบคน มีจอภาพขนาดใหญ่ มีสัญญาณ WIFI ที่มีประสิทธิภาพ และมีแผนที่ประเทศไทยขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า...

        ในห้องปฏิบัติการฯทำงานประสานเครือข่ายทุกจังหวัดทุกอำเภอ..ผวจ.ก็ต้องก้าวทันสถานการณ์ประสานการทำงานกับ นอภ. ข้อมูล..ต้องรับรู้รับทราบกันทุกชั่วโมง

        ให้โฆษกรัฐบาลทำหน้าที่รายงาน สลับกับ ฯพณฯนายกฯหรือรัฐมนตรี สีหน้าท่าทางโฆษกก็ไม่ต้องตระหนกตกใจ ไม่ต้องใส่ความคิดเห็น รายงานข่าวด้วยภาษาแบบเป็นทางการ..

        ผู้คนที่อยู่ที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่มิได้ออกไปไหน จะได้ข่าวสารที่เป็นจริง รู้เท่าทันสถานการณ์และจะได้ให้ความร่วมมือที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมาและไม่ประมาท

        ข้อมูลที่นำเสนอ..ต้องไม่เป็นเพียงสถิติผู้ป่วย แต่ต้องเป็นภาพสถานที่ที่พบเชื้อ ภาพการปฏิบัติงานของแพทย์พยาบาล และภาพห้างร้านที่ปิดบริการเพื่อให้ความร่วมมือ

        ผวจ.สลับสับเปลี่ยนเพื่อออกอากาศกันสดๆ เพื่อบอกเล่าความเคลื่อนไหว การคัดกรองและการกักตัว..การปิดแหล่งบันเทิงและบรรยากาศนักท่องเที่ยวเป็นอย่างไร? ผู้คนออกไปต่างจังหวัดมากน้อยแค่ไหน?

        ผู้มีส่วนต้องสงสัยและไม่มีการกักตัว..ก็ต้องใช้สายลับสะกดรอย แล้วรายงานเข้าส่วนกลาง เพื่อจำกัดพื้นที่ที่ต้องระวังภัย..งานเลี้ยงใหญ่ๆในต่างจังหวัด ที่ไม่สนองนโยบายก็ให้ส่งทหารตำรวจเข้าไป ถ่ายทอดภาพให้เห็นว่ารัฐต้องการความร่วมมือ..ในขณะเดียวกัน..ก็สื่อสารการระวังป้องกันโควิด๑๙ โดยย้ำให้เข้าใจต่อเนื่องชัดเจน..

        ผมดูหนังที่เป็นเรื่องสมมุติ แต่ก็เห็นความจริงจังและแนบเนียน ในการตามล่าเจสันบอร์น ซึ่งก็เป็น “นักฆ่า”เหมือนโควิด การทำงานเชิงรุกน่าจะนำมาใช้ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่ามานั่งร้องไห้ก็แล้วกัน...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  มีนาคม  ๒๕๖๓