[review] รีวิว Jame Bond 007 : Spectre (2015) ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าผมดูหนังตอนนี้ตั้งแต่เข้าโรงฉาย แต่เนื่องจากหนังบอนด์ตอนใหม่ No Time to Die กำลังจะเข้าฉายในปี 2020 นี้จึงจำเป็นจะต้องไปหยิบ Spectre มาดูซ้ำเพื่อทบทวนความจำกันสักหน่อยครับ

สำหรับตอน Spectre ผมว่าเป็นตอนที่หนังบอนส์เริ่มหาจุดตัดของความสมัยใหม่ กับขนบเดิม ๆ ของหนังบอนส์ยุคเก่าได้ค่อนข้าง ใกล้คำว่าลงตัวมากที่สุด

สำหรับผมแล้วมีความรู้สึกว่า ตั้งแต่ Daniel Craig มาจับหนังแฟรนไชส์สุดอมตะ ชุดเจมส์ บอนด์ ตั้งแต่ตอน Casino Royale ผมรู้สึกว่าหนังมันมีความเข้ม ความจริงจัง ความลึกทางอารมณ์มาก ใส่ความดราม่าเข้าไปมาก มาก จนรู้สึกว่าเสน่ห์ของหนังเจมส์ บอนด์ แทบไม่เหลืออยู่เลย แต่ด้วยหลายตอนเนื้อเรื่องที่มีความเข้มข้น และจริงจัง นั่นแหละจึงทำให้เจมส์ บอนด์ในยุคของ Craig นั้นได้รับความชื่นชมจากคนในปัจจุบัน แต่โดยส่วนตัวแล้ว รวมถึงจากการมี่ผมถามแฟน ๆ รุ่นใหญ่ที่ติดตามดูหนังแฟรนไชส์ชุดนี้มาตั้งแต่ตอนแรก หลายคนกลับบอกว่าไม่ชอบ เจมส์ บอนด์ฉบับ Daniel Craig มันถึกเกินไป ไม่มีเสน่ห์ ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

สำหรับผมหนังบอนด์ตอน Spectre สนุกครับ เนื้อเรื่องเข้มข้น แต่ไม่ค่อยซับซ้อนนัก ฉากแอคชั่นสนุก แต่ก็ไม่มากเท่าที่คาดหวังนัก ชอบฉากเพลงประกอบต้นเรื่องมากเป็นพิเศษ ภาพประกอบสวยมาก

จุดหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือ "Q" บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่เห็นไม่ค่อยชอบนักเพราะว่าดูเด็กเกินไป แต่พอมาในภาคนี้กับรู้สึกชอบ ซึ่งนอกเหนือ จากการที่หนังทำให้เห็นห้องประดิษฐ์อาวุธสุดไฮเทคของเขาแล้ว (นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่หนังกลับไปทำให้รู้สึกเหมือนหนังบอนด์ตอนเก่า ๆ) เขายังมีความสามารถด้านไอทีที่ล้ำเลิศ ซึ่งก็สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันดี ถามเขายังมีบทบาทส่วนร่วมในหนังมากกว่า "Q" คนเก่าๆ ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตอาวุธแล้วก็จากไป

ผมว่าหนังเริ่มเข้ารูปเข้ารอย แล้วรู้สึกได้ว่สหนังกลับเข้าไปสู่เสน่ห์ที่แท้จริงของหนังสุดยอดสายลับเรื่องนี้ เช่น ความเจ้าชู้ประตูดิน มุกตลกเล็ก ๆ น้อย ๆ อุปกรณ์สายลับ รถยนต์ไฮเทค ลดอารมณ์ลึกของบอนด์ลง ใส่อารมณ์ขันมากขึ้น สถานที่สุดลึกลับขององค์กรลับ วายร้ายร่างยักษ์พันธุ์อึด การต่อสู้ไปหนีไป การหยิบอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่น่าใช้ได้มาใช้เป็นเครื่องต่อสู้ นี่แหละที่แฟนบอนด์รุ่นเก่าถามหาและรอคอยมานาน (อย่างน้อยที่สุดก็ผมคนหนึ่ง) และมันจะกลับไปคล้าย ๆ อีกครั้งสมัย Dr. No ที่ปู่ฌอน คอนเนอรี่แสดงนำในปี 1962 เป็นต้นมา

หากใครเป็นแฟนบอนด์มาตั้งแต่ต้น หลายฉากจะทำให้หวนคิดถึงบอนด์ยุคแรก เช่นฉากการต่อสู้บนรถไฟ ฉากต่อสู้บนเฮลิคอปเตอร์ รถแอสตันมาติน หรือแม้แต่คำพูดอย่าง "Licence to kill" "บอนด์...เจมส์ บอนด์" วอดก้ามาตินนี่ เขย่าแต่ไม่ต้องคน" นับว่าเป็นบอนด์ตอนโหยหาอดีตแล้วกันครับ

สำหรับตอนนี้บางคนว่าไม่สนุก บางคนว่าสนุก สำหรับผมคือสนุก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคลและความ "อิน" กับหนังบอนด์" ที่เราได้สั่งสมประสบการณ์การดูมาตั้งแต่ตอนแรก แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในตอนต่อๆไปที่จะทำตามออกมานั้น ทีมผู้สร้าง จะสร้างสรรค์อะไรเข้าไปใหม่ๆก็ไม่ว่ากันแต่ขอร้องว่าเสน่ห์ของหนังเจมส์ บอนด์หลายอย่างกรุณาคงไว้เถอะครับ

ที่หักคะแนนไปผม 2.1 คะแนนเพราะผมรู้สึกว่าฉากแอคชั่นน้อยเกินไป สาวบอนด์ไม่ค่อยมีเสน่ห์ ความ sexy น้อยไป หลายจุดมีความบังเอิญเกินไป

7.9/10

วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview #สถานีหนัง

#Spectre #JameBond007