ดูประเด็นย่อ และรายชื่อวิทยากรได้ที่ (๑) เขาบอกว่า สิ่งที่ต้องการคือ Health Workforce Transformation โดยเขาเน้นภาพใหญ่ว่า ในปี 2030 ทั้งโลกจะขาดแคลนบุคลากรสุขภาพรวม ๑๘ ล้านคน ซึ่งผมเถียงว่า ตัวเลขนี้ไม่มีความหมายในการดำเนินการระดับประเทศไทย ต้องมีการดูแลประเภท สมรรถนะ (เน้นการทำงานเป็นทีมสุขภาพ) และการกระจาย หากผลิตบุคลากรเพิ่ม แต่ผลิตผิดประเภท อาจก่อผลร้ายมากกว่าผลดี
การประชุมเน้นเอาประสบการณ์การดำเนินการระดับประเทศมา ลปรร. กัน ผมฟังแล้วไม่ประทับใจ ไม่ได้ประเด็นเปลี่ยนขาด (transformation) ที่ผมคิดว่าคือความกล้าหาญดำเนินการให้เหมาะสมต่อบริบทในประเทศของตน ไม่เอาอย่างประเทศตะวันตก หรือประเทศที่ร่ำรวย
ผมมีความเห็นว่า น่าจะเน้นว่า Health Workforce มี ๓ กลุ่ม คือ (๑) ประชาชนแต่ละคนเอง เป็นกำลังคนด้านสุขภาพด้วย อย่างน้อยก็ของตัวเอง และของครอบครัวตน (๒) กำลังคนภาพประชาชน ได้แก่ อสม. และภาคประชาสังคม และ (๓) กำลังคนในระบบ ในวิชาชีพสุขภาพ
มีตัวเลขว่า โลกขาดแคลนกำลังคนประเภทที่ ๓ อยู่ ๑๘ ล้านคน และมีประเทศยากจนจำนวนหนึ่งผลิตกำลังคนของตน จบแล้วกว่าครึ่งไปทำงานในประเทศร่ำรวย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคน สภาพนั้นประเทศไทยเผชิญสมัยผมเรียนแพทย์จบพอดี และเราจัดระบบขึ้นแก้ปัญหาอย่างได้ผล
ที่ประชุมไม่ได้พูดเรื่อง dynamism ของกำลังคนด้านสุขภาพ และบทบาทของหลากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการด้านสภาวิชาชีพ ที่หากเข้ามาร่วมกันคิดและทำเพื่อระบบสุขภาพที่ดี จะมีพลังมาก อย่างที่เราพยายามทำอยู่ในประเทศไทย
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.พ. ๖๓