
“...เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ...”
“...ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันรักษาโรคแก่ผมอย่างฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูก อย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอ หาพยาบาลได้สะดวก...”
ส่วนหนึ่งในเรื่องจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ที่ท่านอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ได้ถ่ายทอดไว้
เมื่อทั้งสถานการณ์ทางการเมืองไม่สร้างเสถียรภาพให้สังคม มลพิษทางอากาศไม่ดีมีฝุ่นควัน PM2.5 โรคระบาดกำลังทวีความรุนแรงอย่างน่าสะพรึงกลัว อะไรเล่าจะเป็นหลักประกันให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้ จึงทำให้นึกถึงจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ที่ท่านอาจารย์ป๋วย กรุณาเขียนไว้เพื่อสอนเราในเรื่องเศรษฐศาสตร์สวัสดิการหรือสวัสดิการสังคม อันเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราควรจะได้รับจากรัฐในฐานะผู้เสียภาษี
สถานการณ์ไข้หวัด COVID-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักทั่วโลก กำลังเป็นที่วิตกกังวลของทุกคน การะบาดครั้งนี้ไม่เพียงรวดเร็ว อันตราย และคร่าชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่อีกเรื่องที่พวกเราประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงคือการปิดข่าวหรือการบิดเบือนข่าว ที่ทำให้พวกเราต้องหาข้อมูล อัพเดทข้อมูล และหาวิธีการระมัดระวังหรือป้องกันกันเองมาสักระยะหนึ่ง รวมถึงการมีข่าวลวงจากสื่อออนไลน์มากมาย แต่ที่สำคัญกว่าคือ รัฐบาลไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในประเทศได้คลายกังวลเลย มีมาตรการกลาง ๆ มาเพื่อป้องกัน “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย” เท่านั้น
วันนี้มีมาตรการจากกระทรวงศึกษาธิการถึงโรงเรียนให้ยุติกิจกรรมต่าง ๆ สัปดาห์ก่อนกระทรวง อว. ก็มีหนังสือแจ้งสถาบันอุดมศึกษาเช่นกัน รวมถึง สพฐ. แจ้งไปยังโรงเรียนให้งดกิจกรรมทุกอย่างเมื่อสอบปลายภาคเสร็จ แต่ยังไม่เห็นถึงวิธีการที่รัฐจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าการให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน สพฐ. ผลักภาระให้เด็กนักเรียนกลับไปอยู่บ้านกับผู้ปกครอง....แล้วอย่างไรต่อ เมื่อทุกคนต้องไปอยู่ที่บ้าน ผู้ปกครองหลายคนก็ยังต้องทำมาหากินอยู่ในตัวเมือง เด็กจะอยู่อย่างไร?
เรื่องหน้ากากอนามัยที่รัฐบาลทุ่มเงินจัดซื้อหน้ากากอนามัยแล้วแจกให้ประชาชนที่กระทรวงสาธารณสุข เราเห็นคนจำนวนหนึ่งไปต่อแถวรอรับ แต่รัฐก็ประกาศอยู่บ่อยครั้งว่าให้งดกิจกรรมที่เป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มาก อีกอย่างการกระจายหน้ากากอนามัยที่เป็นของจำเป็นในช่วงภัยพิบัติรัฐไม่สามารถทำให้เกิดความเสมอภาคได้ คนในชนบทหรือคนต่างจังหวัดจะหาซื้อได้ที่ไหน เมื่อรัฐสั่งทำแล้วแจกเพียงคนในเมืองใหญ่ที่หน้ากระทรวง... ไม่ใช่พวกเราไม่มีเงินซื้อ แต่เราไม่มีที่ให้ซื้อ
คลิกอ่าน จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอนฉบับเต็มได้ที่ https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/social_welfare/05.html
3 มีนาคม 2563



ประเทศเราก็คงเป็นแบบไทยๆค่ะ