เน้นเรื่องเงินที่พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบเงินคืออสรพิษ  จริงอยู่คนเราต้องมีเงินใช้จ่าย  แต่ต้องรู้จักใช้เงินเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีความสุข  ตามหลักพุทธธรรมที่ผู้อยู่ครองเรือนควรแสวงหาความสุขที่ได้จากการมีทรัพย์คือ  ( องฺ . จตุกก. 21/ 62 / 90 )

1.รู้จักแสวงหาทรัพย์โดยสุจริตชอบธรรมไม่คดโกงใครไม่เอาเปรียบใคร

2.รู้จักใช้จ่ายทรัพย์ที่หามาได้แล้วใช่จ่ายให้เป็น

3.รู้จักที่จะระวังไม่เป็นหนี้กู้ยืมคนอื่น

4.รู้จักใช้ชีวิตโดยไม่มีโทษ

        อาจจะจดจำได้ง่ายคือ  ความสุขในชีวิตของชาวบ้านคือ  สุขเกิดจากการมี  จ่าย  ไร้หนี้และไม่มีโทษ  ด้วยคนเราไม่ควรทำตัวเป็นทาสเงินตราหรืออย่าให้ทรัพย์สินต่าง ๆ มาเป็นนายตนเอง  ก็เมื่อใดคนมีความทุกข์เพราะเงินแสดงว่าเงินเป็นนายตนเองแล้ว

        สำหรับการบริหารทรัพย์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ทำนองว่าควรแบ่งเงินออกเป็น 4 ส่วน  ( ที.ปา. 11/197 /202 ) คือ

1.แบ่งเงินไว้ใช้จ่ายเลี้ยงตน เลี้ยงครอบครัวและทำบุญสร้างประโยชน์  25 %

2.แบ่งเงินลงทุนเพื่อใช้เงินต่อเงิน  25 %

3.แบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้จ่ายประกอบการทำงานในอาชีพตน  25 %

4.แบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้จ่ายในคราวจำเป็นหรือในภาวะฉุกเฉิน  25 %

        สำหรับการสืบทอดตระกูลที่มั่นคงยั่งยืนนานได้ต้องทำตามคำสอนนี้  (  องฺ.จตุกก. 21/258/333 )คือ

1.เมื่อใดสิ่งของหายหรือหมดแล้วก็รู้จักหามาไว้

2.เมือใดสิ่งของเก่าชำรุดก็รู้จักซ่อมแซมมาใช้ใหม่ได้

3.ต้องรู้จักประมาณในการกินอยู่ของครอบครัว

4.เลือกคนดีมีศีลธรรมเป็นผู้นำบ้าน

        ถือได้ว่าหลักพุทธธรรมที่ได้นำมาอธิบาย เรื่องทรัพย์ในคำสอนศาสนาพุทธนี้ยังก่อเกิดประโยชน์ต่อคนผู้รู้คุณค่าในการใช้ชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน.