ในการลงสู่ชุมชน ทำไมเราต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนในชุมชน และนักศึกษามีความเข้าใจระบบสุขภาพชุมชนที่นักศึกษาได้ไปเรียนรู้อย่างไร ในคาบเรียนวันที่ 7 มกราคม 2563


ในการให้การบริการแก่ผู้ป่วย เรามองผู้รับบริการเป็นองค์รวม ไม่มองเพียงแค่โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการที่มารับการบำบัดรักษากับเราเพียงอย่างเดียว แต่เราควรมองผู้รับบริการในหลายแง่มุมนำมาประกอบกัน มุมมองแรกคือการมองด้านบุคคล (Person) ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยด้านร่างกาย ปัจจัยเชิงลึกภายในตัวผู้รับบริการ เช่น ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก มุมมองที่2 คือด้านสิ่งแวดล้อม(Environment) ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ทั้งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (เช่น ที่อยู่อาศัยของผู้รับบริการ สภาพแวดล้อมของชุมชน และการอำนวยความสะดวกสาธารณะ) และสิ่งแวดล้อมทางสังคม (เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล, ศาสนา, ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม) และมุมมองที่สำคัญมากๆสำหรับนักกิจกรรมบำบัดคือกิจกรรมการดำเนินชีวิต(Occupation) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่า มีเป้าหมาย ก่อให้เกิดบทบาทแก่ผู้รับบริการ และทั้ง 3 ด้านเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกันและกัน จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเราต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพราะ  condition ของคนคนหนึ่งประกอบไปด้วยหลายๆด้านที่สัมพันธ์กัน ดังนั้นการที่เราเข้าใจวิถีชุมชนจะทำให้เราเข้าใจผู้รับบริการได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น มองภาพรวมได้กว้างกว่าเดิม ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดีมากๆต่อผู้รับบริการ รวมทั้งการที่เราเข้าใจบริบทชุมชนอาจทำให้เราสามารถร่วมกันหาวิธีลดจุดด้อยและหยิบเอาจุดแข็งของวิถีชุมชนมาปรับใช้ทำให้การบำบัดรักษาเกิดความยั่งยืนมากขึ้นได้เช่นกัน

ในหมู่บ้านที่รพสต.คลองใหม่เป็นดูแลอยู่นั้น ก็มีวิถีชีวิตแบบอิงกับวัฒนธรรมที่สืบกันมา มีการประชุมครั้งไหนก็จะเรียกประชุมกันที่วัด รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนเองก็ได้รับการปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพที่ดี อีก1ที่คือชุมชนบ้านหัวอ่าว จ.นครปฐมที่มีวิถีชุมชนเป็นการเกษตร มีชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อทำเกษตรปลอดสารพิษจนเกิดเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ มีการเผยแพร่ความรู้เรื่องเกษตรปลอดสารพิษแก่คนในชุมชน และถือเป็นอีก 1 ช่องทางการสร้างอาชีพและการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน

กชกร วงษ์รวยดี

6023001 PTOP