" ถึงเวลาแล้ว..ที่พวกเราทุกคน..ต้องห่วงใยและใส่ใจเรื่องน้ำ..ทำตามคำสอนของพ่อ สานต่อโครงการพระราชดำริ..มีกิจกรรมดีๆของพระองค์ท่านมากมาย ที่เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ เราต้องริเริ่มศึกษา ทำความเข้าใจและลงมือทำ..."

        ข่าวภัยแล้ง..หายไปจากสื่อมวลชน แทบจะไม่มีคนของรัฐบาลออกมาพูดแสดงความห่วงใย อาจเป็นเพราะช่วงนี้ มีข่าวคาวของรัฐบาลที่ค่อนข้างตึงเครียด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับงบประมาณประจำปี ที่คนของภาครัฐหายใจไม่ทั่วท้อง ตลอดจนข่าวกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่รัฐมีนโยบายที่จะแจกเงินให้ฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทย..

         รวมไปถึงข่าวอาชญากรรมสะเทือนขวัญ ที่มาพร้อมๆกันกับข่าวฝุ่นละอองPM ๒.๕ เต็มบ้านเต็มเมือง เป็นเรื่องที่น่าสนใจเร่งด่วน มากกว่าเรื่องน้ำ..ที่แห้งแล้งไปทั่ว

    ๔ เดือนเต็ม ณ ตำบลเลาขวัญ ที่ฝนไม่ตกเลย นัยว่าร้อยละ ๙๐ เป็นเหมือนกันหมดทั่วทั้งประเทศ น้ำที่กักเก็บไว้ในเขื่อนใหญ่ๆ ลดลงทุกวัน คูคลองชลประทานแห้งขอด น้ำบ่อน้ำสระ ถ้าไม่ลึกพอหรือไม่ใช่ตาน้ำ หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว

        การประปาส่วนภูมิภาค..คาดการณ์ว่าถ้าเป็นเช่นนี้เรื่อยไป อีกไม่ถึง ๓ เดือนก็คงต้องเร่งรัดบริหารจัดการน้ำแบบจริงจัง โดยปล่อยน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคให้เป็นเวลา เพื่อประหยัดไว้ใช้ในระยะยาว

        สำหรับโรงเรียน..โชคดีที่มีน้ำใช้ทั้ง ๒ ระบบ คือน้ำประปาและน้ำที่สูบจากสระมาขึ้นแท๊งค์ แต่ก็เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี ที่ต้องถ่ายเทน้ำจากสระใหญ่มาใส่สระเล็ก...

        สระน้ำของโรงเรียนทั้ง ๒ สระ ขุดลอกผักตบชวาเป็นที่เรียบร้อย สระใหญ่จะให้ชาวบ้านใช้ ส่วนสระเล็กใช้สำหรับกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนเท่านั้น

        วันนี้..ผู้ใหญ่บ้านช่วยโรงเรียน โดยสูบน้ำเป็นครั้งที่สอง ของปีการศึกษา ๒๕๖๒ จากสระใหญ่มาใส่สระเล็ก เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างพอเพียงไปจนถึงช่วงปิดภาคเรียนเดือนเมษายน ๒๕๖๓

        น้ำ..คือ..ชีวิต  เริ่มทรงอิทธิฤทธิ์มากขึ้นทุกวัน..ปีก่อนก็เป็นแบบนี้ แต่ไม่หนักเท่านี้ หรือว่าปีก่อนๆแค่เผาหลอก..แต่ปีนี้ถึงคราเผาจริง..ก็เป็นได้

        น้ำจึงมีความสำคัญทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการและชุมชน ในส่วนของโรงเรียนในเขตอำเภอ..หากภัยแล้งคุกคามหนักขึ้น อาจต้องปิดโรงเรียนเร็วขึ้น ส่วนชุมชนย่อมส่งกระทบต่อการทำมาหากิน..เมื่อไม่มีน้ำสำหรับเพาะปลูก กระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนอย่างแน่นอน

        ถึงเวลาแล้ว..ที่พวกเราทุกคน..ต้องห่วงใยและใส่ใจเรื่องน้ำ..ทำตามคำสอนของพ่อ สานต่อโครงการพระราชดำริ..มีกิจกรรมดีๆของพระองค์ท่านมากมาย ที่เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ เราต้องริเริ่มศึกษา ทำความเข้าใจและลงมือทำ...

        อย่าทนต่อภัยแล้ง โดยที่ไม่เตรียมความพร้อมอะไรเลย..จริงอยู่อาจไม่แล้งแบบนี้ทุกปี แต่ข้อมูลที่ยืนยันได้และเป็นที่ทราบกันดี จะมีภัยแล้งแบบนี้..เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป..

        ทางพัฒนาการอำเภอ..มีนโยบายให้ทุกตำบลบริหารจัดการน้ำและที่ดิน ด้วยโมเดล “โคกหนองนา” แต่ผมทำล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ในที่ดินของผม ๔ ไร่ จัดการโครงสร้างเสร็จเรียบร้อย ทั้งขุดสระ ทำคลองไส้ไก่ ทำทางเข้าและล้อมรั้ว

        สิ่งที่รออยู่อย่างเดียว..เพื่อประยุกต์เกษตรทฤษฎีใหม่ในที่ดินของผม ก็คือน้ำ..เมื่อฝนมาจะมากหรือน้อย ผมพร้อมที่จะกักเก็บ จากนั้น..ผมก็จะปลูกป่า เตรียมกล้าไม้ไว้แล้วถึง ๒๐๐ – ๓๐๐ ต้น มีทั้งไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ทนแล้งและโตเร็ว

        ในชุมชนที่ผมอยู่ หลายคนหันมาขุดสระ..แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หลายคนทำไร่นาสวนผสม ผมคิดว่าถ้าชุมชนหันมาปลูกต้นไม้ สร้างสิ่งแวดล้อมและพร้อมเตรียมการสู้ภัยแล้ง ก็ถือว่าได้ช่วยส่วนรวม ทั้งการแก้ปัญหาและระวังป้องกันเอาไว้ ก่อนที่จะหนักไปกว่านี้

        บางที..ผมก็นึกไปถึงโรคภัยไข้เจ็บแปลกๆที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัว หากปัญหาการขาดแคลนน้ำ..ยังเป็นอยู่..ฝนไม่ตกลงมาชำระฝุ่นละอองและเชื้อโรคไปบ้าง..สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร?..โดยส่วนตัวผมคิดว่า หากทำอะไรได้ ผมจะรีบทำทันทีทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อมิให้นักเรียนและชุมชนต้องเดือดร้อน....

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๖  มกราคม  ๒๕๖๓