บันทึกก่อนหน้านี้เป็นบันทึกแบบเป็นทางการไปสักหน่อย
แต่บันทึกนี้จะพยายาม "คิดแบบนอกรอบ"

๑.

มหาวิทยาลัยผลิตครู มีคณะ หรือเทียบเท่า อยู่ ๖ - ๗ คณะ
ตัวแทนของคณะเดียวกับประธานสภาฯ มี ๒ คน
ประธานสภาฯ เลือกคนหนึ่งเป็นรองประธานสภาฯ
และเลือกอีกคนหนึ่งเป็นเลขาสภาฯ
นั่นแปลว่า เลือกคนของคณะตัวเองทั้งหมด
การไม่ขอความเห็นจากตัวแทนคณะต่าง ๆ ในสภาฯ
ถึงแม้จะสามารถทำได้ แต่ก็ดูขาดมารยาทพอสมควร
เพราะกรรมการสภาฯ แต่ละคนเขาเป็นตัวแทนของประชาคมคณะของเขา
การทำแบบนี้ดูไม่ใส่ใจ ไม่ให้เกียรติ ผิดมารยาทมากไปหน่อย

หากคิดอีกมุม คงต้องการการขับเคลื่อนตามสิ่งที่ตัวเองคิดได้เร็วกว่า
การนำตัวแทนจากคณะอื่นมาดำรงตำแหน่งนั้น ๆ

๒.

ประธานสภาฯ พยายามอุดช่องโหว่ของสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
ในคณะกรรมการชุดก่อน ๆ เพื่อจะทำให้ประชาคมและ
ฝ่ายบริหารสามารถรับฟังเสียงจากสภาฯ ให้ได้มากที่สุด

นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำ

จากภาพลักษณ์ที่เป็นแค่ "ฝ่ายค้าน" ของฝ่ายบริหาร
จากภาพลักษณ์ที่ประชาคมไม่รู้ว่า สภาฯ ทำหน้าที่อะไร

เรื่องนี้ต้องติดตามกลยุทธ์ต่อไป

๓.

ภูมิหลังของประธานสภาฯ เคยมีเรื่องกินแหนงแคลงใจ
กับฝ่ายบริหารชุดนี้

ประธานสภาฯ ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า การเข้ามาตรงนี้
ทำเพื่อตัวเอง หรือ เพื่อส่วนรวม

๔.

มีการปฏิรูปโครงสร้าง แผน งบประมาณทั้งหมดของสภาฯ

ประเด็นนี้มองว่าเป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่ควรทำมานาน
แต่ไม่เคยมีประธานสภาฯ คนไหนทำมาก่อน

๕.

เนื่องจากกรรมการชุดนี้มีสายวิชาการแค่ ๗ คน
สายสนับสนุน ๙ คน มันขาดความสมดุล

การที่อยู่สายวิชาการ การจะพูดอะไรเกี่ยวกับสิ่งนี้
บางเรื่องก็ไกลตัวสายสนับสนุนมากไปสักหน่อย

อีกทั้งศักยภาพ มุมมองของคนทำงานเฉพาะด้าน
ย่อมมองเห็นภาพทางวิชาการไม่กว้างมากนัก

คงต้องรอว่า สภาฯ จะได้สายวิชาการมาเพิ่ม
อีกสัก ๒ - ๓ คนหรือไม่

๖.

เรื่องเร่งด่วนที่มาจากคณะกรรมการชุดที่แล้ว

- การพยายามออกนอกระบบของผู้บริหารมหาวิทยาลัย

- เงินเดือน ๑.๕/๑.๗ เท่า

- การให้อาจารย์ไปสอนข้ามสายวิชาชีพ โดยไม่มีการอบรมเสียก่อน
และการพยายามประหยัดงบรายได้ของมหาวิทยาลัย

- การผลิตครูที่ไร้คุณภาพของผู้บริหารคณะผลิตครูชุดปัจจุบัน

..

ติดตามเรื่องราวในอนาคตต่อไป
นี่แค่การประชุมครั้งแรกเท่านั้น

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...

..