[Review] รีวิว Spy (2019) TV Mini-Series Netflix Original

[Review] รีวิว Spy (2019) TV Mini-Series Netflix Original จัดว่าเป็นซีรีย์แนวสายลับ การจรกรรมข้อมูลทางการทหารและการต่างประเทศ ที่ใช้เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์รวมถึงบุคคลจริงที่มีอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์มาเล่าได้อย่างน่าสนใจ น่าสนุกอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างท่วมท้น หาชมได้ใน Netflix

#บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

Spy ว่าด้วยเรื่องราวของ เอลี โคห์เอน สุดยอดสายลับ จากหน่วยข่าวกรองที่ขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดในโลก คือ มอสสาด ของอิสราเอล เขาคือหนึ่งในสุดยอดสายลับที่เก่งกาจที่สุดของโลกคนหนึ่ง ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษที่ 1960 เขาสามารถแทรกซึมเข้าไปในซีเรีย โดยมีโฉมหน้าเป็นนักธุรกิจข้ามชาติ เป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดหลักแหลม พูดได้หลายภาษา มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทหารหลายคน และกลายเป็นคนสนิทของ อามิน อัลฮาเฟซ ผู้นำคณะรัฐประหารปี 1963 จนได้รับการเสนอชื่อเป็นรองรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของซีเรีย แต่ถูกจับได้ซะก่อน

เขาสามารถส่งข่าวให้กับทางอิสราเอลได้หลายครั้ง มีส่วนในการยับยั้งเหตุการณ์ร้ายหลายครั้ง เขาเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้อิสราเอล ได้รับรู้จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของซีเรีย โดยเฉพาะบริเวณที่ราบสูงโกลัน แต่ด้วยความทะเยอทะยาน ความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ทุกครั้งที่เขาส่งข่าวถึงอิสราเอล เขาส่งในห้องพักของตัวเอง จนท้ายที่สุดทางการซีเรียจับได้

โคห์เอนถูกจับขึ้นศาลทหาร พิจารณาคดีกินเวลา 40 วัน เหนื่อยก็หาโจรกรรมจำข้อมูลสำคัญของชาติ เขาถูกซ้อมทรมานสาหัด และถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอที่จตุรัสมาร์เจะห์ ดามัสกัส ในปี 1965 ประชาชนซีเรียนับหมื่นมาดูการประหารครั้งนี้ด้วยความโกรธแค้นชิงชัง แต่ในขณะเดียวกันเขาคือวีรบุรุษของชาวยิว

หลังจากถูกแขวนคอ ร่างของเขาก็ถูกแขวนประจาน ทิ้งไว้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซีรียไม่เคยส่งร่างเขากลับมายังอิสราเอลจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้น 2 ปีในปี 1967 อิสราเอลทำสงครามกับชาวอาหรับ เรียกสงครามครั้งนี้ว่าสงคราม 6 วัน อิสราเอลสามารถยึดที่ราบสูงโกลันได้ อันเป็นผลมาจากการข่าวของ โคห์เอน นั่นเอง

และแม้ในปัจจุบันเหตุการณ์จะผ่านไปมากกว่า 50 ปีแล้ว ก็ยังมีชาวอิสราเอลหลายคนได้ทวงคืนร่างของโคห์เอน ให้กลับมายังอิสราเอล แต่ทางซีเรียก็ไม่เคยตอบรับเลย

เนื่องจากภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องนี้ได้เล่าเรื่องเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ หากใครติดตามข่าวสารเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของของยิวและอาหรับ ที่อยู่ในช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่ไหนเล่านั้น ท่านคงต้องทราบว่าความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติติพันธ์ทั้งสองนั้น จะได้ว่าเป็นแบบคนละขั้วเลยทีเดียว และใครได้รับรู้เรื่องราวของแต่ละคนนี้มาบ้างแล้ว ก็อาจจะไม่ได้เซอร์ไพรส์กับตอนจบ หรือเรื่องราวระหว่างทางที่เขาปฏิบัติในการเป็นสายลับในดินแดนอาหรับ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้เมื่อก่อน ผมเชื่อว่าเมื่อท่านได้ดูแล้วท่านจะต้องเอาใจช่วยแต่สายลับคนนี้เป็นอย่างมาก และท่านอาจจะเซอร์ไพรส์กับตอนจบเป็นอย่างมากทวีคูณ

Spy เป็นซีรี่ย์สืบสวนสอบสวนเนื้อหาเข้มข้นเล่าเรื่องราวของวงการสายลับอิสราเอลที่อยู่ในช่วงสงครามยิวอาหรับ ในช่วงทศวรรษที่ 1960s เอาไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งทำให้เราเห็นว่าเพราะเหตุใดชาติยิวจึงสามารถรอดพ้นจากการโจมตีของชาติอาหรับได้หลายต่อหลายครั้ง ทำให้เห็นถึงความทุ่มเทขององค์กรสายลับมอสสาดว่ามีประสิทธิภาพมากมายเพียงใด มีความชุ่มเทเพียงใด มีการใช้เงินทุนและทรัพยากรมีคุณค่าเพื่อให้ได้ข้อมูลข่าวสาร ประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศมากเพียงใด

ซีรีย์ยังเล่าถึงมิติอื่นในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างสายลับ ผู้ฝึกสอน ผลกระทบต่อผู้คนที่อยู่เบื้องหลังสายลับ ในจุดนี้เราจะได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวความทุกข์ทรมาน ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องลาจากสามีคนหนึ่งไปหลายปี และไม่รู้ชะตากรรมอันแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามี

การเล่าเรื่องนั้น แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์แนวอัตชีวประวัติที่ใช้เหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์ แต่เขาก็เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีการตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้อย่างมีจังหวะเหมาะเจาะ เป็นการเล่าเรื่องที่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย และเนื่องจากว่าเป็น Mini Series ที่มีเพียง 6 ตอนตอนละประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะสามารถดูได้ทีเดียว 6 ตอนรวดไม่รู้น่าเบื่อเลย ในกรณีนี้ซีรีย์อาจจะเลือกคนดูอยู่สักหน่อย คนดูอาจจะต้องชอบแนวประวัติศาสตร์ แนวสืบสวนสอบสวน แนวสายลับแนวโจรกรรม ซึ่งหากใครมาทางนี้รับรองว่าต้องหลงรักซีรีย์เรื่องนี้แน่นอน

การใช้สี ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญของภาพยนตร์มาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนอิสราเอลจะใช้สีที่ค่อนข้างซีดจาง แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ตัวละครหลักอยู่ในดินแดนต่างประเทศจะใช้สีที่สดกว่า แต่ก็ไม่ได้สดใสไปซะทีเดียว มีการคุมโทนสีตลอดทั้งเรื่องออกแนวเขียว ฟ้า ถือว่ามีผลต่ออารมณ์ในการดูอย่างมากเหมือนกัน

การสร้างความลุ้นให้คนดูมีหลายจุดมาก ๆ โดยเฉพาะตอนที่ตัวละครสำคัญเข้าไปโจรกรรมข้อมูลในสถานที่ต่าง ๆ ประมาณว่าจะทันแหล่ไม่ทันแหล่ การหลบหนีแต่ละครั้งว่าจะพ้นหรือไม่พ้น จุดนี้ทำได้ดีทีเดียว แต่หากใครหวังว่าจะชมฉากแอ็คชั่น การยิงกันระเบิดตูมตาม อาจจะผิดหวังไปสักหน่อย เพราะเขาไม่ได้เน้นไปที่การรบกัน

ตอนจบหากใครรู้ประวัติของ เอลี โคห์เอน ก็ต้องรู้ว่าตอนจบนั้นจะเป็นเช่นไร ซึ่งภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องเอาไว้แบบเดียวกับที่ออกสื่อในสมัยนั้นทุกกระเบียด และมันสร้างความสะเทือนใจให้กับเราคนดูเป็นอย่างมาก

ความสมจริงของเหตุการณ์ หากดูแบบไม่เจาะลึกแบบจับผิดเกินไปนัก ผมว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์นั้นค่อนข้างสมจริงสมจัง ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหา ข้อเท็จจริง อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย รถยนต์ สิ่งของประดับฉาก การสร้างร้านร่วงห้างสรรพสินค้า ค่อนข้างทำได้ดีมาก

นอกจากนี้ยังสอดแทรกบุคคลสำคัญของโลกตะวันออกกลางและผู้ก่อการร้าย ที่เรารู้จักกันดีเช่น mohammad Bin laden, Osama bin Laden อดีตผู้ก่อการร้ายอันดับ 1 ของโลกในยุคปัจจุบัน และ Yasser Arafat ผู้นำคนสำคัญของปาเลสไตน์ศตรูคนสำคัญของอิสราเอลในช่วงเวลาต่อมา เรียกได้ว่าเป็นการอ้างอิงถึงบุคคลสำคัญของโลก ที่คาบเกี่ยวตั้งแต่ช่วงเวลาของหนังมาจนถึงในยุคปัจจุบัน ให้คนดูได้ตื่นเต้นเล่น ๆ ให้หายคิดถึง

นักแสดงเล่นกีมุกคนครับ โดยเฉพาะ Sacha Baron Cohen รับบทเป็นสาบลับ เอลี โคห์เอน ได้ดีจนผมรู้สึกว่าเป็นตัวเขาเลย

ใครที่ชอบ ซีรี่ย์แนวสืบสวนสอบสวนแนวสายลับที่ใช้อุปกรณ์สายลับทันสมัย ใครที่ชอบประวัติศาสตร์ สงครามยิว-อาหรับ ชอบความสมจริงสมจัง ชอบความรุนระทึกและสะเทือนอารมณ์ แนะนำให้ชมซีรีย์ Spy เรื่องนี้เลยครับ

9/10

วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview #สถานีหนัง

#ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์

#ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง

#ซีรีย์แนวสายลับ #ซีรีย์จากNetflix

#OriginalNetflix #Spy

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถานีหนัง



ความเห็น (0)