ทุกปี..มีกิจกรรมอันเป็นที่ระลึกใน”วันพ่อ”มาตลอด วันนี้มีโอกาสได้ปลูกต้นยางนา “ต้นไม้ของพ่อ” จำนวน ๙ ต้นบริเวณใกล้ๆกับสระน้ำของโรงเรียน..
อากาศไม่ร้อน..หนาวมากมายมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน เช้านี้มีลมพัดกรรโชกแรง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั้งโรงเรียน สภาพดูแห้งแล้งเหมือนเดือนมีนาคม
ต้นมะพร้าวและขนุนที่นักเรียนชั้นป.๖ ปลูกไว้ที่ริมสระเริ่มตั้งลำแข็งแรง ผมนำไม้มาปักจนครบทุกต้น ปักไม้ให้ต้นยางนาด้วย สงสารทั้งต้นทั้งใบที่ไหวโยกเพราะแรงลม
คิดถึงนักเรียนที่เดินทางไปเข้าค่ายลูกเสือ นัดหมายกันว่าจะกลับมาบ่ายสองของวันนี้..พอบ่ายสองโมงตรง รถสองแถวก็ขับเคลื่อนเข้ามาในโรงเรียน ผมเห็นลูกเสือลงจากรถกันอย่างสะบักสะบอม..ดูอาการแล้วน่าเป็นห่วง
ผมรู้สึกเป็นห่วงมากๆอยู่ ๒ คน คนแรกก็คือเด็กชายเต้ย ชั้น ป.๖ กับเด็กชายแตง ชั้นป.๕ เต้ยเป็นหวัดก่อนไปลูกเสือ..พออาการเริ่มดีขึ้นก็เลยอยากไปเข้าค่าย เพราะว่าเรียนมาถึงชั้นปีสุดท้ายแล้ว
แตง..ไม่ได้ไปเข้าค่าย แต่ไปนอนให้หมอผ่าตัดที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ขาดเรียนได้ ๒ อาทิตย์..วันนี้ผมจึงตั้งใจที่จะไปทั้งบ้านเต้ยและบ้านแตง..
เต้ย..เปลี่ยนชุดลูกเสือเสร็จผมก็ขับรถถึงบ้านพอดี เต้ยอยู่กับปู่และย่า วันนี้พ่อไปทำงานรับจ้าง..เต้ยบอกผมว่าสบายดี รู้สึกง่วงนอนและอ่อนเพลียนิดหน่อย..
ปู่ของเต้ยเคยบอกผมว่า..เต้ยจะเป็นเด็กร่าเริงและค่อนข้างซน แต่พอแม่ทิ้งพ่อกับเต้ยไป..เต้ยก็เงียบขรึม ไม่ค่อยช่างพูดเหมือนแต่ก่อน พ่อของเต้ยก็ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครมักจะเก็บตัวเงียบ ก็เลยไปกันใหญ่
ผมก็เลยบอกปู่ให้เป็นพ่ออีกคน..ชวนหลานพูดคุยจะได้ร่าเริง ไม่เงียบเหงา
ผมมอบผ้าห่มนวมผืนใหญ่ไว้ให้เต้ยกันหนาว และยังบอกปู่ของเต้ยด้วยว่า เต้ยเป็นเด็กดี สนใจเรียน เป็นหัวหน้าทีมช่วยดูแลน้องทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนทุกวัน
ออกจากบ้านเต้ยผมตรงดิ่งไปบ้านแตง บนถนนลูกรังที่มีฝุ่นคลุ้งตลอดทาง ห่างจากโรงเรียนไปราว ๓ กิโลเมตร..แตงออกมารับที่หน้าบ้านด้วยท่าทางที่อิดโรย
แตงอยู่บ้านคนเดียว..แม่กับพ่อเลี้ยงและตาลพี่ชายไปรับจ้างตัดอ้อย แตงเปิดให้ผมดูแผลที่หน้าท้อง มีรอยเย็บเป็นวงกว้าง ผมรู้สึกเสียวแป๊บเลยดึงเสื้อแตงลงมาปิดไว้
แดงขาดเรียนแล้วก็ขาดสอบด้วย วันที่ป้าของแตงไปลาครู ผมจึงรู้ว่าแตงไส้ติ่งแตก ผมตกใจจึงย้ำคำว่าไส้ติ่งแตก นักเรียนหลายคนขำ ผมถามว่าจะขำทำไม มันเจ็บนะ
ป้าของแตงเล่าว่า..แตงปวดท้องมาก แต่หมอที่โรงพยาบาล..วินิจฉัยอยู่นานแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จนกระทั่งไส้ติ่งแตก...ต้องส่งตัวไปผ่าตัดใหญ่ที่จังหวัด..
แม่แตงก็ไม่ค่อยมีตังค์ เมื่อวานต้องไปเบิกเงินของแตงที่ครูให้ทุนการศึกษาสะสมไว้ทุกปี เป็นค่ารถเดินทางไปล้างแผล..ผมถามแตงว่าเจ็บไหม?
“ตอนแรกๆเจ็บมากครับ วันนี้หายเจ็บแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปโรงเรียนครับ”
ผมยิ้มให้แตง คิดในใจว่าจะขยันอะไรปานนั้น สมแล้วที่แตงเป็นเด็กดี เป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ สอบได้ที่หนึ่งอยู่เสมอ อ่านคล่องและเขียนเรื่องราวได้น่าอ่าน ลายมือแตงสวยมาก แม้ว่าแตงจะตัวเล็กแต่ก็เก่งเรื่องกีฬามิใช่น้อย
ผมเคยสอนแตงเมื่อตอนอยู่ ป.๓ เคยถามแตงว่าคิดถึงพ่อบ้างไหม.?.แตงตอบอย่างเสียงดังฟังชัดว่า ”คิดถึงครับ”
“แล้วพ่อมาหาบ้างหรือเปล่าล่ะ” ผมถาม “พ่อคงไม่มาแล้วล่ะครับ” แตงพูดแค่นี้แล้วไม่พูดอะไรอีกเลย..และตั้งแต่วันนั้น..ผมก็คุยกับแตงทุกวันโดยที่ไม่ต้องถามถึงพ่อ..
ผมยื่นผ้าห่มนวมให้แตง คืนนี้และคืนต่อๆไปแตงจะอบอุ่นสบายคลายหนาวอย่างแน่นอน..ก่อนกลับออกมา ผมมองหน้าแตง แต่ไม่รู้จะพูดอะไร ใจบอกได้แต่ว่าครูทำได้แค่นี้แหละนะ..
ในเส้นทางเดิมที่ขับรถกลับโรงเรียน..คิดถึงคำที่พ่อสอน ในวันพ่อแห่งชาติ “พ่อ”ที่เป็นศูนย์รวมแห่งดวงใจไทยทุกดวง ทุกวัน..มิใช่เฉพาะแต่วันพ่อ ที่พ่อจะอยู่ในหัวใจของลูกเสมอ..พระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทาน..วันนี้ลูกได้ปฏิบัติแล้ว...
“คนเราจะต้องรับ..และจะต้องให้” จะระลึกอยุ่ในหัวใจ..ตลอดกาล
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๕ ธันวาคม ๒๕๖๒