การได้รับเกียรติให้เขียนคำไว้อาลัยแก่ผู้วายชนม์แบบนี้    เป็นมรณานุสติอย่างดียิ่งครับ

อาลัย ผศ. นพ. ประเสริฐ วศินานุกร คนตัวเล็กแต่ใจใหญ่

วิจารณ์ พานิช

อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

...................

ผมรู้จัก ผศ. นพ. ประเสริฐ วศินานุกร เมื่อย้ายมาทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    และใกล้ชิดสนิทสนมและรักน้ำใจกันเมื่อผมเข้ารับตำแหน่งคณบดีตอนปลายปี ๒๕๒๔

ที่จริงตอนนั้น อาจารย์หมอประเสริฐ ไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไรนัก    เพราะผมมีชื่อเสียในคณะแพทยศาสตร์ ช่วงก่อนหน้านั้น    ตอนที่ผมเป็นรองอธิการบดีช่วงปี ๒๕๑๘ – ๒๕๒๑    ความเป็นคนตรงไปตรงมาของผม  และการมีตำแหน่งสูงแต่อายุน้อยทำให้น่าเขม่น

แต่เมื่อคุยกันไม่กี่ประโยคผมก็จับได้ว่าคนคนนี้คบได้    เป็นคนจริงใจ ปากกับใจตรงกัน    และที่สำคัญ เป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม    ท่านเล่าให้ผมฟังเองต่อหน้าคนอื่นๆ ว่า    ท่านไปด่าผมให้อาจารย์หมอธาดา ยิบอินซอยฟัง    อาจารย์หมอธาดาตอบว่า  “คำพูดของลื้อมีแต่ heat ไม่มี light” ผมจำคำพูด สีหน้า ท่าทาง ที่อาจารย์หมอประเสริฐเล่าให้ผมฟัง ได้อย่างแม่นยำ    คือแสดงท่าทางสมน้ำหน้าตัวเองที่โดนอาจารย์หมอธาดาด่าอย่างปราชญ์

ที่จริงผมมองออกว่า อาจารย์หมอประเสริฐไม่ใช่นักบริหาร    แต่เมื่อตอนที่ผมเริ่มเป็นคณบดีนั้น คณะแพทยศาสตร์มีคนน้อย    และผมเห็นว่าอาจารย์หมอประเสริฐเป็นคนกว้างขวาง รู้จักคนมาก    จึงขอให้ท่านช่วยทำหน้าที่ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายโรงพยาบาล    หวังว่าความเป็นหมอผ่าตัดชั้นยอดจะช่วยให้ท่านช่วยคิดวางระบบบริการที่ดี   และที่สำคัญ เราอยากดึงคหบดีในหาดใหญ่มาช่วยการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากจน    อาจารย์หมอประเสริฐจะช่วยเจรจากับท่านคหบดีเหล่านั้นได้

ในภาพรวม ทั้งอาจารย์หมอประเสริฐ และอาจารย์หมอมยุรี เป็นกำลังสำคัญที่มีส่วนร่วมพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนมีชื่อเสียง และทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและผู้คนได้อย่างน่าชื่นใจและภูมิใจ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน    ทั้งสองท่านทำงานอย่างคนที่เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว    และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้คนรอบข้าง เป็นที่ประจักษ์    จึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา   

เมื่อเกษียณอายุราชการ อาจารย์หมอประเสริฐก็ยังคงทำงานให้แก่คณะแพทยศาสตร์อย่างเต็มที่    และทำต่อเนื่องเรื่อยมา จนถึงเกณฑ์อายุที่สมควรพัก    ทางคณะให้พัก แต่อาจารย์หมอประเสริฐพักไม่เป็น    ไปทำงานดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลอื่นต่อ    ทำให้ผมเข้าใจว่า   อาจารย์หมอประเสริฐมีวิญญาณความเป็นหมอสูงมาก    ถือว่าได้ทำบุญโดยการช่วยชีวิตผู้คนมากมาย   

คนที่ได้ใกล้ชิดจะสัมผัสได้ว่าอาจารย์หมอประเสริฐเป็นคนที่จิตใจประเสริฐสมชื่อ    ทั้งเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นคนมีอารมณ์ขัน    เป็นคนตัวเล็กแต่ใจใหญ่   และมีพลังเหลือเฟือ    เหมาะมากที่จะเป็นหมอผ่าตัด

ถึงแม้อาจารย์หมอประเสริฐเป็นนักปฏิบัติมากกว่าเป็นนักวิชาการ    แต่เมื่อท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ ก็ส่งเสริมให้อาจารย์รุ่นน้องได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนด้านวิชาการตามจริตหรือความชอบของแต่ละคน    เราจึงมีอาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ที่เป็นนักวิชาการ    รวมทั้งที่เป็นนักบริหาร เข้าไปทำงานในระดับมหาวิทยาลัย    รวมทั้งเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์  

ผมทราบข่าวการเสียชีวิตของอาจารย์หมอประเสริฐตั้งแต่วันที่ท่านเสียชีวิต คือ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๒    และรอตรวจสอบข่าวพิธีสวดบำเพ็ญกุศล     มาทราบรายละเอียดของพิธีจากอาจารย์หมอวรวิทย์เมื่อเย็นวันที่ ๑๕   ตรวจสอบเวลาแล้วผมติดงานของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลตลอด    โดยเป็นขั้นตอนสำคัญของงาน ที่ผมต้องทำหน้าที่ประธาน    ต้องทำหน้าที่ด้วยความทุ่มเทสติปัญญาและอย่างระมัดระวัง     จึงเสียดายมาก ที่ไม่สามารถมาร่วมงานด้วยตนเอง     ได้แต่ส่งคำอาลัยนี้ พร้อมทั้งเงินบริจาคเล็กๆ น้อยๆ เข้ากองทุน “นายแพทย์ประเสริฐ วศินานุกร เพื่อการผ่าตัดหัวใจ”    ตามความประสงค์ของผู้วายชนม์

จะเห็นว่า แม้ตนเองจะหาชีวิตไม่แล้ว  อาจารย์หมอประเสริฐก็ยังคิดทำประโยชน์แก่ผู้ยากไร้  

การสูญเสียอาจารย์หมอประเสริฐ จึงเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลนครินทร์    และของวงการแพทย์ในภาคใต้   

สำหรับผม เป็นการสูญเสียกัลยาณมิตรที่รักน้ำใจต่อกันและกัน    จึงขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้คุณงามความดีที่อาจารย์หมอประเสริฐได้บำเพ็ญมาตลอดชีวิต   ดลบันดาลให้ท่านประสบสันติสุขในสัมปรายภพ ตลอดไป

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒