๑,๐๒๙. ลอยกระทง..ครั้งแรก

เด็กๆวิ่งเล่น ซื้อขนม ชมดนตรี และพากันไปลอยกระทงกันอย่างสนุกสนาน ร้านค้าคึกคัก แบบที่ผมไม่เคยเห็นในหมู่บ้านนี้ ไฟแสงสีที่ผมอยากเก็บภาพไว้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบพาน

         ๑๓ ปี กับ ๓ เดือน..ที่ผมเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ผมไม่เคยจัดงานประจำปี..ซึ่งส่วนใหญ่ในอำเภอ..ในเขตพื้นที่การศึกษา..มักนิยมจัดกันเป็นประจำ..

    โดยมากก็เพื่อการหารายได้เข้าโรงเรียน..เพราะน่าจะเป็นวิธีการเดียวที่จะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ นำไปพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน..

    แต่สำหรับผม..กลับคิดตรงกันข้ามที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เพราะเป็นสถานศึกษาพอเพียง..ต้องเรียบง่ายและประหยัด ที่สำคัญต้องจัดกิจกรรมที่ไม่มีการเบียดเบียนใครใดๆทั้งสิ้น..

        เพราะข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ที่เป็นเครื่องบ่งชี้สถานภาพของชุมชน ผู้ปกครองและนักเรียน มันชัดเจนอยู่แล้วว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนเล็กๆ ที่มีเศรษฐกิจครัวเรือนที่ไม่สู้ดี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้ต่อครอบครัวแบบที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

        จึงพบว่า..เด็กนักเรียนอาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจนเป็นจำนวนมาก ภาครัฐจึงได้เข้ามาดูแล และโรงเรียนได้จัดหาทุนการศึกษาจากภาคเอกชน ทำให้นักเรียนมีขวัญกำลังใจและมีต้นทุนมากพอที่จะศึกษาต่อ..

        เมื่อผมเชื่อมั่นในข้อมูลตรงนี้ ผมก็ไม่ต้องฟังใคร ไม่ต้องจัดงานเมื่อสิ้นปีการศึกษา การจัดก็ต้องมุ่งหวังผลกำไร..ถ้าตั้งใจที่จะยอมขาดทุน ผมคิดว่าเอาเงินลงทุนไปเลี้ยงอาหารกลางวันก็น่าจะดีกว่า..

        การจัดงานโรงเรียนเพื่อระดมทุนในหมู่บ้านเล็กๆ ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง และผู้ปกครองมีรายได้ไม่แน่นอน การเบียดบังชุมชนให้ทุกข์ยาก แล้วโรงเรียนมีความสุข-ประสบความสำเร็จ..เป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำอย่างยิ่ง..

        การพึ่งตนเอง การทำผลงาน “คุณภาพ”ให้เป็นที่ประจักษ์ กับการแสวงหาเครือข่าย “ประชาสังคม” จากภาคเอกชน..ทำให้โรงเรียนไม่ต้องรบกวนผู้ปกครอง และ ๖ ปีที่ผ่านมา มีรายได้ของสถานศึกษาที่มากพอที่จะจัดจ้าง “ครูพิเศษ”มาสอนในโรงเรียนให้ครบทุกชั้น..เพื่อยืนยันว่า “ชยันโตโมเดล”ของผมนั้นได้ผล

        แล้วคำถามที่ว่า..ทำไมคืนนี้..คืนที่พระจันทร์เต็มดวงแห่ง “วันลอยกระทง” ผมจึงประดับไฟในโรงเรียนสว่างไสวอลังการเป็นครั้งแรก..

        ผมก็แค่ลงทุนลงแรงบ้าง แบบที่ไม่ได้มากมายอะไร..ผมบอกผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ว่าอยากเห็นคนเฒ่าคนแก่และเด็กๆมาลอยกระทงใกล้บ้าน ถ้าผู้ใหญ่กับลูกบ้านจัดสภาพแวดล้อมให้พร้อมและเหมาะสม ผมก็จะช่วยบริหารจัดการเรื่องดนตรี งานนี้โรงเรียนไม่มีรายได้..แต่หลายคนน่าจะมีความสุข..

        ผมจึงมีโอกาสได้เห็นความสวยงามในยามค่ำคืนของสระน้ำในโรงเรียน แสงสะท้อนจากเงาจันทร์กระทบท้องน้ำที่ผมใช้อุปโภคอยู่ทุกวัน มีมนต์ขลังเหลือเกิน

        เด็กๆวิ่งเล่น ซื้อขนม/ ชมดนตรี และพากันไปลอยกระทงกันอย่างสนุกสนาน ร้านค้าคึกคัก แบบที่ผมไม่เคยเห็นในหมู่บ้านนี้  ไฟแสงสีที่ผมอยากเก็บภาพไว้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบพาน

        เสียงเพลงรำวงขับขาน ด้านหน้าเวทีมีผู้สูงวัยร่ายรำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นภาพที่ผมอยากเห็น ณ ที่แห่งนี้..คืนนี้ประจักษ์ใจและสายตา อย่างน้อยผมก็นำประเพณีเก่าๆกลับมาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๑  พฤศจิกายน  ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)