ถ้าหากวันนั้นมาถึงจริง ๆ อย่างแรกที่จะทำคือทำใจยอมรับมันเพราะทุกคนบนโลกนี้มีเกิดก็ต้องมีดับ ต่อให้มีเงินทองมากมาย มีบ้านหลังใหญ่โต แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องตาย ตาย แต่เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง สิ่งเดียวที่จะเอาไปได้คือบุญกุศลที่ทำมาตอนมีชีวิตอยู่ แม่สอนเสมอว่าทำบุญทำไปเถอะเราไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหน ตายไปเอาไปได้แค่บุญที่ทำมามีน้อยทำน้อย มีมากทำมาก ตามกำลังของเรา......

ถ้าวันสุดท้ายมาถึงจริง ๆ จะใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักให้มากที่สุด จะทำทุกอย่างให้เหมือนทุกวัน ตื่นมาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวให้หลาน  กินข้าวกับพ่อกับแม่ ไปส่งหลานที่โรงเรียน  ไปส่งแม่ทำธุระ เที่ยงมาก็กลับมากินข้าวกับพ่อ ( มื้อนี้คงทำส้มตำให้พ่อทานเพราะพ่อชอบส้มตำที่หนูตำมากที่สุด พ่อบอกอร่อยกว่าทุกที่เลย พ่อคงชมไปงั้น ๆ แหละ ) บ่าย ๆ มาก็ชวนแม่ไปกินก๋วยเตี๋ยวป้าฟอง  ( ร้านประจำของหนูและแม่ ) เย็นมาประมานสี่โมงก็ขับรถไปเที่ยวปางหมูกับแม่ ( ร้านประจำของแม่เหมือนเดิม ) ห้าโมงก็ไปรับหลาน ไปซื้อกับข้าวให้พ่อ ค่ำมาก็ขับรถเที่ยวกับแม่อีก ( ในชีวิตจริงขับรถเที่ยวกับแม่ประมานวันละ 5-6 รอบได้ ) ประมานทุ่มนึงก็จะนั่งกินข้าวด้วยกัน แต่วันนั้นคงจะทำผัดกะเพราให้พ่อกับแม่กินด้วยเพราะเป็นเมนูที่แม่ให้ทำเป็นประจำ ( พ่อกับแม่ก็ชอบผัดกะเพรา ) กินข้าวไปนั่งคุยกันไป 

สุดท้ายแล้วคนเราไม่ใครรู้หรอกว่าเรานั้นจะจากคนที่เรารักไปเมื่อไหร่ ทางที่ดีที่สุดคือการทำทุกวันให้ดีที่สุดเหมือนเป็นวันสุดท้ายของเรา "