ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองยาว อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

            วันนี้ขอออกนอกโรงเรียนไปตามวัดสักวันนะคะ พอดีมีโอกาสได้ไปร่วมติดตามชมรมผุ้สูงอายุกับคุณนัยนา เห็นว่ามีอะไรที่น่าสนใจดีก็เลยขอมาเล่าเรื่องชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองยาวให้อ่านคะ ดิฉันได้พบกับ คุณลุงพร ซึ่งเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุได้เล่าประวัติให้ฟังว่า  ชมรมผู้สูงอายุหนองยาว เกิดจากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย คุณยุพิน เนียรภาค เป็นผู้แนะนำให้จัดตั้งชมรม ซึ่งลุงพรได้ซักถามอย่างละเอียดถึงวัตถุประสงค์ที่ชมรมควรจะต้องมี และให้สถานีอนามัยเป็นพี่เลี้ยงในช่วงแรกๆ ทางชมรมมีการระดมทุนครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2548 ได้เงินมา 1,600 บาท ต่อมามีสมาชิกเข้ามาสมทบทั้งผู้สูงอายุและกลุ่มอายุมากกว่า 50 ปี กิจกรรมแรกที่ได้ดำเนินการคือ การจัดงานวันสงกรานต์ รดนำผู้สูงอายุ ต่อมาก็มีการเยี่ยมคนเจ็บป่วยทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิก ทำให้เงินทุนเริ่มหมด ทางชมรมได้ประชุมคิดจัดหารายได้เพิ่มเข้ามา จึงตกลงกันทำไม้นวดเพื่อสุขภาพขึ้น แรกๆก็ขายได้ดี รายได้ทั้งหมดที่ขายได้ได้เอาเข้าชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด ต่อมาขายไม่ค่อยได้ บางครั้งต้องฝากพัฒนากรอำเภอไปขาย บางครั้งก็ไปวางขายที่หน้าอบต.ทำให้ของที่ผลิตมาไม่มีตลาดรองรับ และในแต่ละปีทางวัดมีกฐิน ผ้าป่า ท่านเจ้าอาวาสจึงได้แบ่งเงินผ้าป่ามาสนับสนุนชมรม ครั้งละ 1,000 บาทและทางชมรมได้เข้าประกวดชมรมผู้สูงอายุ ได้รับรางวัลก็ได้นำเงินเข้าชมรม แต่ก็ยังไม่พอ ชมรมจึงจัดประชุมและได้ปรึกษากับศูนย์พัฒนาครอบครัวของตำบลในการเปลี่ยนรูปแบบจากการทำไม้นวดสุขภาพเป็นไม้กวาด เพราะไม้กวาดเมื่อใช้ไปนานจะชำรุดต้องหาซื้อใหม่ทำให้จะทำมีรายได้เข้าชมรมผิดกับไม้นวดสุขภาพที่มีความคงทนมากกว่า จึงคิดทำไม้กวาดและเสือกก เหตุที่คิดทำเสื่อกกเพราะเสื่อพลาสติกเปื่อยง่ายและนอนเจ็บหลัง และคิดว่าต่อๆไปการผลิตสิ่งต่างๆจะย้อนเข้าสู่สมัยก่อนเป็นการใช้วัสดุพื้นบ้าน ดิฉันได้สอบถามลุงพรว่า ลุงพรมีวิธีการทำเสือกกอย่างไรตั้งแต่เริ่มต้นที่จะทำ ลุงพรบอกว่าที่ตำบลนี้มี 10 หมู่ จะแบ่งเป็นว่าบางหมู่ให้ปลูกกกไว้ขาย อีกหมู่หนึ่งให้เป็นคนสานเสื่อขาย ซึ่งน่านับถือความคิดของลุงพรที่คิดให้คนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกันและต่างคนก็ได้ประโยชน์ในเรื่องเดียวกัน ดิฉันถามต่อว่า แล้วเรื่องการตลาดละจะเจอปัญหาเรื่องตลาดอิ่มตัวหรือไม่เหมือนอย่างไม้นวดสุขภาพ ลุงพรบอกว่าจะต้องประสานกับพัฒนากรในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ลุงพรคิดว่าจะทำเสือกกแบบพับได้เหมือนเสือพลาสติก เมื่อพับแล้วหิ้วไปไหนมาไหนได้สะดวกไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องม้วนแบบยาวๆ ดิฉันฟังลุงพรแล้วต้องขอชมที่ลุงพรมีความคิดประยุกต์ภูมิปัญญาสมัยก่อนให้เข้ากับความเป็นปัจจุบันที่คนต้องการความสะดวก ทางชมรมมักคิดหาวิธีการช่วยเหลือตัวเองก่อน แบบให้สมาชิกคิดพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด สมาชิกส่วนใหญ่ก็คิดแบบเดียวกัน             ปัจจัยที่ทำให้ชมรมเข้มแข็งได้ นั้นลุงพรคิดว่าเกิดจากตนเองเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านมาก่อน มีความคุ้นเคย เข้าใจและผูกพันกับชาวบ้าน ทำให้เกิดความไว้ใจ และชาวบ้านเห็นความตั้งใจทำงาน จึงให้ความร่วมมือดี และเวลามีปัญหาอะไรสมาชิกจะรับรู้แล้วช่วยกันแก้ไข ไม่ใช้วิธีการทำเพียงคนหรือสองคน ทุกคนจะรู้ปัญหาเท่าๆกัน             เท่าที่ดิฉันได้พูดคุยกับลุงพร เห็นชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ลุงพรและทางชมรมมีการนำปัญหามาวิเคราะห์ตลอดว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร รู้จุดแข็งจุดอ่อนของกิจกรรม(การทำไม้สุขภาพ)ที่สมาชิกช่วยกันทำ สมาชิกเองก็สนใจที่จะเรียนรู้ในความสำเร็จของคนอื่น ว่าชมรมอื่นทำอย่างไรจึงสำเร็จในเรื่องนั้นแล้วเก็บข้อดีของที่อื่นมาประยุกต์ใช้กับชมรมตนเองและคิดทำวัสดุที่สะดวกในการใช้(เสือกกแบบพับได้)  เรียกว่าเป็นชมรมผู้สูงอายุที่น่าจับตามองอีกที่หนึ่ง