ประวัติวัดลำเหย ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูมส จังหวัดนครปฐม

ประวัติวัดลำเหย 

-ที่ตั้งวัด วัดลำเหยเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 74 หมู่ที่ 4 ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม 73150 โทร 0-3438-1299 พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 11 ไร่ 80 ตารางวา มีถนนลาดยางเข้าถึงวัด พื้นที่ตั้งวัดมีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับที่เอกชน ทิศใต้ ติดต่อกับทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออก ติดต่อกับทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับที่เอกชน ความเป็นมาของวัดแต่เดิม วัดลำเหย ตามทะเบียนของวัดที่คัดมาจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐมว่า วัดลำเหย ได้เริ่มสร้างวัดวันที่ 22 พฤษภาคม 2347 วัดลำเหยเดิมที่มีชื่อว่า “วัดโพธิ์ชายนา” สร้างอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้านหนองบอนเดี๋ยวนี้ ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่บอกว่าเหตุที่วัดเดิม มีชื่อว่าวัดโพธิ์ชายนานั้น เพราะบริเวณรอบๆ ที่สร้างวัดมีแต่ที่นาล้อมรอบและที่เป็นนานั้นมีแต่ต้นโพธิ์ ขึ้นอยู่ตามชายนามาก จึงเป็นเหตุที่มาของการตั้งชื่อว่า วัดโพธิ์ชายนา ประชาชนส่วนมากที่อาศัย ที่ทำมาหากินแถบนี้จะเป็นคนลาว รองลงมาเป็นคนไทย และคนจีน อาชีพส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ทำสวน กาลต่อมา ได้ย้ายวัดมาสร้างในสถานที่ใหม่ คือเป็นที่ตั้งวัดลำเหยในปัจจุบัน ได้ถามผู้รู้คนเฒ่า คนแก่ว่า ท่านเจ้าอาวาสรูปใดที่เป็นผู้ดำริย้ายวัดจากเดิมมาสร้างในสถานที่ใหม่นี้ ปรากฏว่าไม่มีท่านผู้ใด ทราบว่าเจ้าอาวาสรูปใดเป็นผู้ย้ายวัดเพราะเจ้าอาวาส ในสมัยนั้นไม่ได้มีการบันทึกประวัติของวัดไว้เลย แม่แต่ทางราชการทางวัดก็ได้ไปติดตาม เรื่องประวัติวัดลำเหยก็ไม่มีรายละเอียดให้ ทั้งนี้ตามคำบอกเล่า ของคนเฒ่าคนแก่ว่าวัดลำเหยหรือวัดโพธิ์ชายนานั้น สร้างมาเป็นเวลานานเกือบถึงสองร้อยปี สาเหตุที่ย้ายวัด จากเดิมมาสร้างในพื้นที่ใหม่นี้ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่พอจะเชื่อถือได้ บอกว่าวัดที่สร้างอยู่เดิมนั้น เป็นทุ่งนาเป็นที่ราบต่ำเมื่อถึงหน้าน้ำป่าหรือน้ำปีก็จะไหลหลากท่วมทุกปีจึงย้ายวัดมาสร้างในสถานที่ใหม่ เพราะพื้นที่จะสร้างวัดใหม่เป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วมจึงได้ย้ายวัดมาสร้างสถานที่ใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดลำเหยในปัจจุบัน และต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่จาก “วัดโพธิ์ชายนา” เป็น “วัดลำเหย” เหตุที่เปลี่ยน ชื่อมาเป็นวัดลำเหยนั้นตามคำบอเล่าของคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ในสมัยก่อนนั้นเมื่อถึงหน้าน้ำปีมา น้ำจะไหลหลากเจิ่งนองท่วมท้องนา ไหลไปตามลำคลองใหญ่ชื่อว่า คลองวังไทรแล้วไหลเข้าสู่คลองตำลึง ไหลผ่านไปตามทุ่งนา และตามลำรางเรื่อยมาจนถึงข้างหลังโรงเรียนวัดลำเหย เดี๋ยวนี้น้ำปีก็จะไหลเอ่อขึ้นไปยังทุ่งหนองบอนเป็นที่สุดไม่ได้ไหลไปที่ไหนได้อีกแล้วน้ำจะขังอยู่ทุ่งหนองบอน ไม่นานเพราะทุ่งหนองบอน เป็นเขตสุดของไหลน้ำนี้ ก็จะย้อนกลับมาอยู่ที่ลำรางข้างโรงเรียน เพราะลำรางนี้เป็นที่ต่ำมาก น้ำก็ขังอยู่ที่ลำรางนี้น้ำจะไม่ไหลไปไหนได้อีกแล้วน้ำที่ลำรางนี้ก็จะถูกธรรมชาติจากแดดบ้าง ลมบ้าง แผดเผาพัดพาให้น้ำในลำรางให้ค่อยๆ แห้งระเหยหมดไปในที่สุด ดังนี้ จึงเป็นเหตุที่มาของการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่จากชื่อ วัดโพธิ์ชายนา มาเป็นวัดลำเหย การเปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นชื่อวัดลำเหยนั้น ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า เมื่อถึงน้ำป่าหรือน้ำปีมาก็ต้องไหลมาขังอยู่ที่ลำรางนี้ และก็จะถูกแดดลมพัด เผาแห้งอยู่ตรงที่ลำรางนี้ทุกปีไปจึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ โดยตัดเอาคำว่า “ลำ”มาจากคำว่าลำราง คือตัดเอาคำหน้ามาคำหนึ่งและตัดเอาคำว่า “เหย”มาจากคำว่า“น้ำระเหย”มาจนถึงทุกวันนี้ การเปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดลำเหยนั้นตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่บอกว่ามาเปลี่ยนชื่อวัดในสมัยเจ้าอธิการจอน นุ่มกัลยา ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดลำเหยในสมัยนั้น วัดลำเหยตามทะเบียนวัดระบุว่า วัดลำเหยสร้างอุโบสถหลังแรกจนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2449 การสร้างอุโบสถหลังแรกไม่มีการบันทึกประวัติไว้เป็นหลักฐานไว้ว่าเจ้าอาวาสรูปใดเป็นผู้สร้าง เพียงแต่ได้ยินได้ฟังมาจาก คำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่พอจะเชื่อถือได้บอกว่าอุโบสถหลังแรกของวัดลำเหยนั้น ได้สร้างมานานเกินหนึ่งร้อยปี และบอกว่าสร้างสมัยเจ้าอธิการจอน นุ่มกัลยา เป็นเจ้าอาวาส ลำดับรายนามเจ้าอาวาสวัดลำเหย 1.พระอาจารย์พูด ทาบ้านฆ้อง เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกที่ได้เริ่มก่อสร้างวัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกวัดสร้างอยู่ทางทิศตะวันอกเฉียงเหนือ ของหมู่บ้านทุ่งหนองบอนเดี๋ยวนี้มีชื่อว่าวัดโพธิ์ชายนา ตามคำบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่บอกว่าในสมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสได้สร้างกุฏิขึ้น 2 หลัง ต่อมาพระอาจารย์พูดก็ได้ลาสิขา 2.พระอาจารย์คุด (ไม่ทราบนามสกุล) ได้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่บอกว่า สมัยพระอาจารย์คุดนั้นไม่ได้มีการสร้าง อะไรเพิ่มเติมได้แต่ปกครองดูแลตามหน้าที่ต่อมาลาสิกขา 3.พระอาจารย์อินทร์ นาคมี เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมาภายหลังก็ได้ลาสิกขา 4.เจ้าอธิการจอน นุ่มกัลยา ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา 5.เจ้าอธิการปาน เพ็ชรรัตน์ ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาวัดลำเหย และก็ได้รับตำแหน่งเจ้าคณะหมวดสังกัดมณฑลนครชัยศรี ในสมัยนั้นท่าน ได้ทำหน้าที่ปกครองดูแลวัดมาจนถึงมรณภาพ 6.พระอธิการผิน สุคน.โท ได้ลาสิกขาบทเมื่อปี 2515 7.พระครูนันทสิริคุณ ได้รับตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดลำเหยต่อมาเมื่อ พ.ศ.2516 และได้รับตำเหน่งเจ้าอาวาสวัดลำเหย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2419 จนถึงปัจจุบัน

ที่ลอดช้าง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปี3เทอม1



ความเห็น (0)