ความสุขที่เกิดขึ้นในวัยเด็กช่างสวยงามเหมือนศิลปะที่ศิลปินเอกฝีมือขั้นเทพบรรจงสรรค์สร้าง และเช่นเดียวกันเวลาแห่งความสุขมันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน เราสัมผัสมันได้เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เมื่อก้าวข้ามจากวัยรุ่นมุ่งสู่วัยผู้ใหญ่ผ่านการเล่น การเรียน ในระดับต้นมา มุ่งสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผอดชอบมากขึ้น
ความคิดถูกปรับเปลี่ยนมุมมองลึกกว่าเดิมที่เคยเป็น ทางเดินมีแต่ขวกหนามประดังเข้ามาต้องคอยพยุงชีวิตให้เดินไปช้าๆเร็วไม่ได้ประเดี๋ยวล้มมาจะเจ็บกว่าเดิม บ้างทุลักทุเล บ้างก็ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย หกล้มบ้างเป็นเรื่องธรรดา
บทบาทที่บ่งบอกว่าเราคือผู้ผ่านอะไรมาเยอะย่อมสอนให้รู้จักการแก้ปัญหามากกวัยเยาว์แต่บางคนก็ยังมืดแปดด้านหรือสิบหกด้าน เพราะมัวแต่แบกปัญหาไว้จนคิดอะไรไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับสารพัดปัญหา คุณจะเลิอกทางเดินไหนระหว่าง แบกปัญหาไว้ทั้งหมดแลัวหน้านิ่วคิ้วขมวดหาความสุขในชีวิตไม่ได้ หรือจะยืนบนโลกแลัวยิ้มอย่างสง่าผ่าเผยพร้อมสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ขอให้เป็นทางที่เราเลือกเองเมื่อนั้นจิตใจของเราจะสู้ไม่มีถอย
จะเลือกข้อไหน เลือกให้ดีก็แลัวกัน ถ้าไม่คิดอะไรมากก็เดินไปแลัวก็ยิ้มเข้าไว้ซะ
ความสวยงามต่างๆ จะตามมา ไม่ใช่รอยตีนกาที่จะมาให้เข้าไปพึ่งพาร้านศัลยกรรม...