สวัสดีท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการเขียนบันทึกชีวิตนิสิตฝึกสอน ขณะที่ผู้อ่านกำลังไล่สายตาไปทีละบรรทัด ทีละตัวอักษร ก็คงเป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้เขียนกำลังยิ้มหน้าตาระรื่น มีความสุขอยู่นั่นเองละค่ะ เพราะเรื่องราวที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของความประทับใจที่ผู้เขียนนึกถึงทีไรก็อดยิ้มไม่ได้เลยจริงๆค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้น ท่านผู้อ่านคงอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะคะ งั้นเรามา "ขออนุญาตเข้าพื้นที่...สุขใจ" ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ
เขตสุขใจที่ 1 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการจัดงานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ของทางโรงเรียนค่ะ งานนี้มีหลากเรื่อง หลากรส หลากอารมณ์มากค่ะ กับการทำงานเป็นทีมแบบจริงๆจังๆครั้งแรกของพวกเราชาวหมวดวิทย์ เตรียมงานกันเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือน ตั้งแต่วางแผนการทำงาน แบ่งงานที่ได้รับมอบหมาย ออกแบบงาน เตรียมงานก่อนวันจริง และวันงานวันวิทยาศาสตร์ ทำเอาช่วงนั้นเรากลายเป็นมนุษย์โอที เป็นฝาแฝดกับหมีแพนด้ากันไปเลยก็ว่าได้ค่ะ ไฮไลท์ของเขตสุขใจนี้อยู่ที่ความประทับใจและสิ่งที่ได้รับจากการทำงานในครั้งนี้ค่ะ ซึ่งนั่นก็คือ การทำงานเป็นทีมและการได้รับโอกาส โดยทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นในกลุ่มเพื่อน ได้ทำงานร่วมกันกับทีมคุณครู


เหนือสิ่งอื่นใดคือการได้รับโอกาส และความไว้วางใจให้เป็นครูผู้ฝึกซ้อมพานักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน "RERU Recycle Fashion 2019" จุดเริ่มต้นอยู่ที่เราต่างเป็นคนอื่นของกันละกัน นักเรียนไม่รู้จักครู ครูก็ไม่รู้จักนักเรียนมาก่อนเลย จับพลัดจับผลู มารู้จักกันวันแข่งจริง ความทรงจำ บรรยากาศในวันนั้นยังคงตราตรึงใจ โรงเรียนของเราส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวดด้วยกัน 2 คน ซึ่งมีทั้งสิ้น 42 โรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน เรามาพร้อมกับชุดที่เรามี หอบหิ้วกันมาและหาพื้นที่เล็ก ๆ เป็นมุมแต่งตัว และฝึกซ้อมก่อนการขึ้นแข่งขันจริง ในขณะที่โรงเรียนอื่นก็มาด้วยชุดที่อลังการ พร้อมกองเชียร์อีกนับแสน แต่ละโรงเรียนเรียกได้วว่าไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว รอบแรกของการแข่งขัน คัดเลือก ผู้ผ่านเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย โรงเรียนของเราผ่านเข้าไปได้ 1 คนอย่างน่าภาคภูมิใจทำให้มีสิทธิลุ้นต่อ และก็มาถึงรอบ 4 คนสุดท้าย ใครจะคิดว่าชุดที่เราหอบหิ้วกันมา และมุมแต่งตัวเล็กๆ กองเชียร์มีแค่ครูกับนักเรียน 4 คน จะไปเข้าตากรรมการ ผ่านเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย วินาทีที่ประกาศผลซึ่งโรงเรียนเราเข้ารอบเป็นคนสุดท้ายนั้น เราในฐานะครูก็ดีใจตื้นตันจนน้ำตาจะไหล ไม่คิดว่าจะมาไกลได้ขนาดนี้ แต่แล้วขณะที่เรากำลังดีใจและยินดีกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่ายินดีมากนัก เมื่อมีเสียงของกองเชียร์ของโรงเรียนที่ไม่ได้เข้ารอบ โห่ร้อง ประท้วง ด่าทอ และขอเข้าไปคุยกับกรรมการ และเดินจากไปด้วยการชี้หน้า และฝากคำพูดที่ว่า "ตอบคำถามก็ไม่ได้ ท่ายืน ท่าโพสต์ก็เหมือนกบ ยังจะผ่านเข้ารอบไปอีก" เราที่ได้ยินคำครรหาต่าง ๆ รู้สึกใจคอไม่ดี และภาวนาว่าขออย่าให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้นเลย...และก็มาถึงช่วงของการประกาศผลในช่วงสุดท้าย ผลปรากฏออกมาว่าได้รับ "รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2" ครูและนักเรียนต่างดีใจ เพราะเรามาไกลเกินกว่าฝันมาก ผ่าน 42 คน มาเป็น 1 ใน 4 ตำแหน่ง ที่หลายๆคนอยากมายืนจุดนี้ ความรู้สึกเหมือนเราได้ประกาศให้โลกรู้ว่า เราก็มีดีมาโชว์เหมือนกันนะ.....



บทเรียนที่ล้ำค่าจากการได้รับโอกาส ในครั้งนี้คือ
- การได้รับโอกาส ทั้งครูทั้งนักเรียนที่ให้โอกาสได้รู้จักกัน เรียนรู้กันและกัน หาพื้นที่ให้นักเรียนที่มีความสามารถได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์ ถูกที่ถูกทาง สนับสนุน ส่งเสริมให้เขาสามารถนำความรู้ ทักษะ พรสวรรค์ที่เขามี ออกมาใช้ให้เต็มที่ เพื่อพัฒนาไปพร้อมๆกับพรแสวงที่จะเกิดขึ้นเองหลังจากนั้น
- การมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าใน ทุก ๆ การแข่งขันจะต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ สุดท้ายแล้ว แม้เราจะได้ตำแหน่งอะไร จะได้ยืนอยู่ ณ จุดไหน เราต้องยอมรับ และนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะนั่นคือการพัฒนาตัวเรา การที่เราไปด่าคนอื่น ไปว่าให้ผู้อื่น อาจทำให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจก็จริง แต่สุดท้ายก็เป็นตัวเราเองที่กลับไม่ได้พัฒนาตัวเอง เพราะมัวแต่จะอันตธารว่าให้คนอื่น
- การก้าวข้ามอุปสรรคด้วยคำว่า "เราทำได้" หรือ "เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด" เหมือนที่นักเรียนบอกกับครูว่า "ชุดของเราอาจไม่สวยเท่าใครเขา แต่หนูมั่นใจในสิ่งที่หนูทำมันเองกับมือ หนูจึงต้องพยายามโพสต์ท่า พยายามตอบคำถาม พยายามสบตาคณะกรรมการ ให้เขาสนใจเรา" สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากความเชื่อ เชื่อว่าเราทำมันได้ และเชื่อในผลของความพยายาม
-
การเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไปในที่ที่ไม่เคยไป เจอคนที่ไม่เคยเจอ ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เผื่อว่าวันหนึ่ง มีโอกาสได้ตอบคำถามใครก็ได้ที่ถามเราว่า "สิ่งนั้น คุณเคยทำมันแล้วหรือยัง"
และนี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องราวความประทับใจและการถอดบทเรียนที่ได้จากการใช้ชีวิตเป็นนิสิตฝึกสอน ผ่านการทำกิจกรรม ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเองและเรียนรู้จากนักเรียนที่เป็นกระจกเงาสะท้อนให้ครูเห็นมุมมองอีกหลายๆมุม เขตพื้นที่ความสุขใจเพิ่งผ่านไป 1 เขต ยังเหลืออีกหลายเขตที่ท่านผู้อ่านยังไม่ได้เข้าไป ครั้งต่อไปเรามา "ขออนุญาตเข้าพื้นที่...สุขใจ" กันต่อนะคะ แล้วพบกันใหม่นะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ...