Goodnews: บทเรียนจากมะเขือเทศ

  ให้ทิ้งความโกรธไป ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบคนๆ นั้นมากที่สุดก็ตาม   

บ่ายวันหนึ่งคุณครูคนหนึ่ง ให้การบ้านนักเรียนชั้นประถมที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ โดยให้นักเรียนนำมะเขือเทศสุกใส่ถุงมาโรงเรียนด้วยในวันรุ่งขึ้น โดยมีข้อแม้ว่าให้มีจำนวนผลมะเขือเทศสุกเท่ากับคนที่เราโกรธหรือเกลียด   

 

ในเช้าวันต่อมานักเรียนแต่ละคนก็หิวถุงที่มีผลมะเขือสุกมาด้วย บางคนก็มีผลเดียว บางคนไม่มีมะเขือเทศ บางคนมีถึงสามสี่ผล

 

คุณครูท่านนั้นก็ให้ทำกิจกรรมเพิ่มเติมคือให้นักเรียนทุกคนที่นำมะเขือเทศ มาโรงเรียนหิ้วถุงนี้ไปทุกที่ที่ตนไป แล้วหิ้วกลับบ้านไปด้วย และให้นำกลับมาหิ้วต่อที่โรงเรียนอีก นักเรียนก็หิ้วแต่โดยดี

 

ในวันแรกๆ นักเรียนก็ยังไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเพราะไม่หนักมาก และยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเข้าวันที่ห้าที่นักเรียนต้องทนแบกเอาถุงมะเขือเทศไปที่ต่างๆ มะเขือเทศสุกเริ่มเน่าเสีย ทำให้มีกลิ่นไม่ค่อยดีโชยออกมาบ้าง และกลิ่นนี้ก็ยิ่งอบอวลมากขึ้นเรื่อยๆ

 

พอครบสัปดาห์ นักเรียนทุกคนก็โล่งอกเพราะคุณครูอนุญาตให้เอาถุงมะเขือเทศเน่าๆ ไปทิ้งถังขยะได้แล้ว และไม่ต้องถืออีกต่อไป นักเรียนรู้สึกว่าตนเองมีความสุขมากขึ้นเพราะได้เป็นอิสระ

 

คุณครูก็สรุปให้นักเรียนทุกคนฟังว่า ถ้าเราโกรธใคร ใจเราก็จะปนเปื้อนด้วยความโกรธเหมือนที่นักเรียนต้องหิ้วถุงมะเขือเทศเน่าๆ ไปที่ไหนต่อไหนด้วย และความโกรธที่ปนเปื้อนนี้จะติดตามเราไปตลอดเวลา บางคนถือติดตามไปจนตลอดชีวิตไม่มีโอกาสที่จะปล่อยวางความโกรธนี้ได้เลย เปรียบเหมือนกับคนที่ไม่ได้วางถุงมะเขือเทศเน่าๆ เลย

 

  • นอกจากนั้นครูยังสอนอีกว่า ให้ทิ้งความโกรธไป ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบคนๆ นั้นมากที่สุดก็ตาม 

 

  • ผมได้บทเรียนในวันนี้ว่า "มูลค่าของความโกรธ มีเพียงแค่ให้เราทิ้งมันไปเท่านั้นครับ"


<ul><li>วันนี้คุณได้มะเขือเทศสุกมากี่ผลแล้วครับ และทิ้งไปหมดหรือยัง</li></ul> <p style="margin: 0in; font-family: "Cordia New"; font-size: 16pt"> </p> <p style="margin: 0in; font-family: "Cordia New"; font-size: 16pt">ได้ความรู้จากการฟังวิทยุ 96.5 คลื่นความคิด ขอขอบพระคุณครับ</p> <p style="margin: 0in; font-family: "Cordia New"; font-size: 16pt"> </p> <p style="margin: 0in; font-family: "Cordia New"; font-size: 16pt">ผมก็ตามเคยพอฟังแล้วก็รีบนำมาแลกเปลี่ยนทันทีครับ </p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หมอสุขแลกเปลี่ยนเรียนรู้

คำสำคัญ (Tags)#skin#กำลังใจ#หมอสุข#ข่าวคนทำดี#กล้วย#ไอเดีย#มะเขือเทศ#dr.sukh#goodnews#ปลื้ม

หมายเลขบันทึก: 66663, เขียน: 12 Dec 2006 @ 13:03, แก้ไข, 05 Dec 2014 @ 15:47, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุข...

  • เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านการเรียนรู้ผ่านมะเขือเทศแบบนี้ครับ
  • ตกลงวันนี้ต้องรีบทิ้งถุงมะเขือเทศ...

ขอกล่าวสาธุการให้กับทุกท่านที่มีส่วนในการสอนแบบ "รู้เองเห็นเอง" และไม่ยัดเยียดเด็กแบบนี้... สาธุ สาธุ สาธุ

หมอสุข
เขียนเมื่อ 12 Dec 2006 @ 16:35
ขอบพระคุณอาจารย์วัลลภ ที่เป็นกัลยาณมิตรคอยให้ข้อคิดเห็นเสมอๆ นอกจากมะเขือเทศแล้ว เราอาจเรียนรู้จากก้อนหิน หรือใบไม้ก็น่าจะได้นะครับ หมอสุข
nut
IP: xxx.8.182.146
เขียนเมื่อ 14 Dec 2006 @ 06:46
ขอบคุณค่ะอาจารย์ วันนี้ได้ความรู้มากเลย จะพยายามนำไปใช้ สงสัยตอนนี้จะถือมะเขือเทศอยู่หลายผลเลย ^ -^

หัวเราะก๊ากเลยค่ะ

มิน่ากะเป๋าตัวเองบางที ถึงหนัก และเหม็น

ธนันดา
IP: xxx.152.22.75
เขียนเมื่อ 08 Mar 2007 @ 07:47
เคยอ่าน วิธีสอนคล้าย ๆ กันนี้แบบ เวอร์ชั่นพ่อกับลูก เหมือนกันค่ะ แต่ว่าเป็นพ่อกับลูกชาย โดยพ่อส่งค้อนกับตะปูให้ลูกเมื่อลูกโกรธ และบอกให้ลูกตอกตะปูที่รั้วทุกครั้งที่โกรธ หลายวันผ่านไป พ่อก็ชี้ให้ลูกดูจำนวนตะปูที่รั้ว ซึ่งมีมากมายจนน่าตกใจ และพ่อก็ให้ลูกถอนตะปูออกให้หมด ซึ่งลูกก็พบว่าการถอนตะปูนั้นยากและใช้เวลามากกว่าการตอกมากนัก พ่อชี้ให้เห็นว่า ความโกรธก็เหมือนกับการตอกตะปูลงในใจเรา ซึ่งจะฝังลึกยากที่จะถอนออก มิหนำซ้ำ เมื่อถอนออกแล้วก็ยังทิ้งรอยตะปูไว้ที่รั้วอีกด้วย ยากที่จะทพให้รั้วเหมือนเดิมได้ ดังนั้นทางที่ดี ควรลดจำนวนตะปูที่จะตอกลงไป (อาจจำรายละเอียดได้ไม่หมด และเล่าไม่สละสลวยเท่าต้นฉบับเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วย)
จิราวรรณ ปี่ทอง
IP: xxx.108.208.119
เขียนเมื่อ 10 Mar 2007 @ 02:08

ขอบคุณนะคะ  สำหรับแง่คิดดีๆ แบบนี้

ในบางครั้ง...เราก้อไม่รู้สึก  ว่าได้แบกถุงมะเขือเทศที่เน่าเหม็น  เพราะมีบางอย่าง...บดบังไว้

และในบางครั้ง...การที่จะทิ้งถุงมะเขือเทศออกไป  ก้อทำได้ยากอยู่เหมือนกันนะคะ 

 

แสงดาว
IP: xxx.136.50.76
เขียนเมื่อ 10 Mar 2007 @ 13:33

ดีใจที่เห็นบทเรียนแบบนี้  ปกติจะเป็นคนที่ใจร้อนโกรธง่ายไม่ค่อยฟังใคร  แต่พอมาเจอคุณครูคนนี้ที่ให้นักเรียนถือถุงมะเขือเทศคิดว่าน่าจะนำไปใช้ในคนทำงานได้ดีที่สุด มากๆๆๆๆๆๆถึงมากที่สุดๆๆๆๆๆ