ประสบการณ์แก้ไขปัญหาหนี้สหกรณ์


มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์รุ่นใหม่ถามว่าตอนนี้
ได้รับหน้าที่ให้เข้าไปแนะนำเกี่ยวกับ
การแก้ไขปัญหาหนี้ค้างของสหกรณ์
การเกษตร จากประสบการณ์ในอดีต
เขาใช้วิธีการใดบ้างที่ทำให้หนี้ค้างเบาบาง
หรือหายไป
ขออนุญาตเล่าประสบการณ์นะครับ
บางวิธีการก็จะเกิดความเสี่ยงและไม่
เหมาะสม และก็จำเป็นต้องทำในขณะนั้น
ซึ่งได้แก่

1.การแปลงหนี้ ใช้วิธีนี้ หนี้ค้างลดลง
อย่างรวดเร็ว และอาจเป็นดาบสองคมได้ 
การแปลงหนี้มักจะใช้กับ
ลูกหนี้ที่มีหนี้เดิมแต่ไม่สามารถชำระได้ 
และแถมยังมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และ
ผิดสัญญา ข้อสังเกตในการแปลงหนี้
ให้ตรวจดู ลูกหนี้เดิมจะได้รับการกู้ใหม่ 
แต่มีหนี้ใหม่เกิดขึ้นมีจำนวนสูง
กว่าหนี้เดิม เพราะต้องรวมดอกเบี้ย
ที่ค้างสะสมเข้าไปด้วย 
หรือมีลูกหนี้รายใหม่เกิดขึ้นและ
มีลูกหนี้เดิมได้รับการชำระ
เป็นการแปลงหนี้โดยใช้ผู้กู้รายใหม่ 
และ ลูกหนี้รายใหม่กับลูกหนี้เดิมมัก
มีความสัมพันธ์กัน ดูราคาประเมิน
ทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน 
มีการนำทรัพย์สินใหม่มาประกันเพิ่ม
หรือไม่ หรือใช้ทรัพย์สินเดิม แต่มีการ
ประเมินราคาใหม่ให้สูงขึ้น เพื่อใช้ค้ำ
ประกันหนี้ตามสัญญาที่แปลงขึ้นมาใหม่ 
เพื่อป้องกันปัญหาการชำระหนี้ในอนาคต 
หลังที่ทำการแปลงหนี้ ควรเก็บข้อมูล
เพื่อศึกษาว่ามีจำนวนกี่ราย ที่ใช้วิธีการ
แปลงหนี้ ถ้ามีจำนวนมาก ก็ควรติดตาม
ให้ผู้กู้รักษาวินัย อาจจะกำหนดเงื่อนไขให้
ชำระคืนเป็นรายเดือน หรือวิธีการอื่น
ตามความเหมาะสม

2.ใช้วิธีการการฟ้องร้องดำเนินคดี
กับสมาชิกเพื่อบังคับหนี้คืน
สหกรณ์จะฟ้องเองโดยเขียนคำฟ้อง 
และดำเนินการเองหรือจะจ้างทนายความ 
ก็ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายของสหกรณ์
และเราจะรู้ว่าหนี้ที่ลดลงจากการ
ดำเนินคดีมากน้อยให้ดูจำนวนลูกหนี้
ที่ถูกดำเนินคดี ว่าในรอบปีเจ้าหนี้
สหกรณ์ได้ดำเนินคดีกับลูกหนี้ีมี
จำนวนมากน้อยเพียงใด 
และมีการบังคับคดี ยึดทรัพย์จำนวน 
กี่ราย ที่ได้รับเงินชำระหนี้คืน

3.การตั้งกองทุนปลดหนี้ โดยชักชวน
ให้สมาชิกที่มีหนี้ค้าง มาจัดตั้งกองทุน
ปลดหนี้เมื่อได้เงินกองทุนมากพอ 
ก็ให้สมาชิกแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกัน
ยืมเงินกองทุนไปปลดหนี้ค้าง 
แล้วกู้ใหม่ แบบนี้หนี้ก็ลดลงเร็วเช่นกัน

4.การสร้างทีมงานการออกรณรงค์ เร่งรัดหนี้
เป็นการกระตุ้นให้ลูกหนี้เกิดจิตสำนึก
ความรับผิดชอบแล้วนำเงินมาชำระหนี้เอง

5. การส่งเสริมให้ลูกหนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น 
เช่นการสนับสนุนการตลาดให้แก่สมาชิก
ที่มีผลผลิต ที่อาชีพเดิมและอาชีพเสริม 
ให้มีที่จำหน่ายขายสินค้า เพื่อสร้างรายได้
แก่สมาชิกจนเขามีรายได้พอที่จะชำระหนี้
ได้ตามสัญญา จำนวนหนี้ค้างก็จะลด
โดยธรรมชาติ

6.การเปลี่ยนสัญญาเงินกู้เป็นสัญญาซื้อขาย
อสังหาริมทรัพย์ โดยการให้สมาชิกโอน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่สหกรณ์เพื่อเป็น
การชำระ หนี้ค้างและดอกเบี้ยค้างจะหายไป
แต่จะมีหนี้จากการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
เกิดขี้นแทนและลดจำนวนเงินงวดที่ส่งชำระ
ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระคืน

7.การส่งเสริมให้สมาชิก ออมเงินเป็นรายเดือน 
เมื่อสิ้นปีถึงงวดชำระหนี้ ก็ให้สมาชิกมาถอนเงิน
ออมที่ฝากไว้ชำระหนี้ อย่างนี้ก็ทำให้สมาชิก
ที่เป็นหนี้มีโอกาสชำระหนี้ได้มากขึ้นเช่นกัน

นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นใครจะคิดได้
มากกว่านี้ก็ได้ครับ ที่เล่ามากขอย้ำอีกครั้งว่า 
บางวิธีการอาจเสี่ยงและก่อให้เกิดความ
เสียหายมากขึ้นได้ในอนาคตจึงต้องใช้
ความระมัดระวังให้มาก เช่นการแปลงหนี้
หรือที่ชาวสหกรณ์ในอดีตเรียกว่า 
ผลัดผ้าขาวม้า ครับ

หมายเลขบันทึก: 666459เขียนเมื่อ 24 สิงหาคม 2019 20:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 สิงหาคม 2019 20:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี