สมัย ร.5 เป็นสมัยที่ส่งเสริมการทำนาในทุกด้านมากกว่าสมัยใด แต่จะขอกล่าวเฉพาะเรื่องการขุดคลองขยายเนื้อที่ทำนา เพราะข้าวเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ มีทั้งคลองที่รัฐบาลขุดเอง และอนุญาตให้เอกชนขุด

คลองที่รัฐบาลขุดเองได้แก่ คลองนครเนื่องเขตร์(พ.ศ.2419) ได้ที่นาเพิ่มขึ้น 32,400 ไร่ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา(พ.ศ.2421) ทำให้สามารถขยายพื้นที่ให้ราษฎรทำนาสองฝั่งคลองมากขึ้น นอกจากนี้ก็มีคลองนราภิรมย์ เป็นต้น ใน 10 ปีแรกของสมัย ร.5 ขุดคลองได้ 5 คลอง ข้าวมีผลผลิตมากขึ้น ส่งข้าวออกเพิ่มขึ้นจาก 1,870,000 หาบ ใน พ.ศ.2412-2417 เป็น 3,530,000 หาบ ในช่วง พ.ศ.2418-2422 และราคาข้าวขยับขึ้นจากหาบละ 2-70 บาท ในช่วง พ.ศ.2412-2417 เป็น 2-90 บาท ในช่วง พ.ศ.2418-2422 ราคาข้าวสูงขึ้นทำให้ราคาที่ดินเขยิบตัวสูงขึ้นด้วย

เมื่อ ร.5 เชิญให้ผู้มีทุนทรัพย์มาช่วยขุดคลองพัฒนาที่ดิน พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นพระราชนัดดา ร.4 จึงได้ร่วมกับนายโยกิม แกรซี วิศวกรชาวอิตาลี พระนานาพิธภาษี และนายยม ตั้งบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม ขึ้น และตกลงทำสัญญาขุดคลองในเดือนมกราคม 2431 โดยได้รับอนุญาตให้บริษัทผูกขาดการขุดคลองได้ทั่วราชอาณาจักรถึง 25 ปี

งานสำคัญของบริษัทขุดคลองแลคูนาสยามคือ การขุดคลองบริเวณทุ่งรังสิต และทุ่งดงละคร ที่อยู่ระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำนครนายก รวมเป็นพื้นที่ถึง 1,500,000 ไร่ บริษัทฯใช้เงินลงทุนกว่า

ล้่านบาท และได้ที่ดินริมคลองนำไปขายต่อเป็นค่าตอบแทน

(ธเนศ ขำเกิด ประมวลสรุปจากหนังสือของ ....รศ.วิไลเลขา ถาวรธนสาร และคณะ. พื้นฐานวัฒนธรรมไทย.กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2555)