ผมเคยเขียนเรื่องนี้มาแล้ว..และผมคิดว่าผมจะไม่เขียนอีก ที่ผมต้องเขียนเพราะคิดว่าโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล มีความคืบหน้า..และเป็นเรื่องใกล้ตัวผม
ผมจำเป็นต้องเขียนเพื่อให้แง่คิดและความรู้ เพราะผมเป็นครู..ในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน..อยากสื่อสารทำความเข้าใจบ้างเท่านั้น
ผมขอแนะนำโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล..ในชื่อเดิม คือโรงเรียนดีประจำตำบล และต่อมาก็คือโรงเรียนประชารัฐ เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมมาแต่เดิมแล้ว..
รัฐบาล..มีความพยายามที่จะใช้นโยบาย..แนวคิดและนวัตกรรม ทำโรงเรียนเหล่านี้..ให้มีคุณภาพในทุกด้าน ผมไม่แน่ใจว่าจะใช้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน..แต่เป้าหมายสุดท้าย โรงเรียนประจำตำบลจะต้องดีขึ้น..
ในแต่ละตำบลมีหลายหมู่บ้าน..แทบจะทุกหมู่บ้านรายล้อมด้วยโรงเรียน และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก..ซึ่งมีทั้งที่มีคุณภาพและกำลังทำให้มีคุณภาพ.
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ..ชุมชนผู้ปกครองรักโรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้าน..อยากให้ลูกหลานเรียนใกล้บ้าน ในโรงเรียนที่พ่อแม่ก็เคยได้ร่ำเรียนมา..
เป็นความรู้สึกและเหตุผลขั้นพื้นฐานที่เข้าใจได้ จึงทำให้ชุมชนเข้มแข็งและทำให้โรงเรียนยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้..
แต่ความรู้สึกนี้..อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล เพราะผู้ปกครองทุกคนต้องเข้าไปในตำบล/ ไปตลาด/ ไปโรงพยาบาล/ ไปเซเว่นและไปอำเภอ
จากนั้น..จะพบข้อมูลเชิงประจักษ์ พบภาพโรงเรียนประจำตำบลที่เปลี่ยนแปลง ภาพที่ติดตาผู้ปกครองคือ “ความพร้อม”..ก่อนที่ผู้ปกครองจะเดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน..
ผมเชื่อว่าจะเป็นอย่างนี้จริงๆ..คำถามคือ..เมื่อกลับถึงบ้านผู้ปกครองยังรักโรงเรียนของหมู่บ้านหรือไม่?..ยังไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน..?หรือจะปล่อยไปตามยถากรรม
บางท่านอาจไม่เข้าใจ และคิดว่าภาครัฐทำแบบนี้ก็เท่ากับทำให้ความฉลาดกระจุก และความโง่กระจาย..ผมคิดว่าอาจไม่ถึงขนาดนั้น..
เพราะรัฐบาลก็มีเหตุผล ในแง่ของการลงทุนและการตอบโจทย์ด้านผลงานการศึกษา ตลอดจนมีนวัตกรรม แผนงาน หรืองานวิจัยที่ผมยังเข้าไม่ถึง..
แต่สิ่งที่ผมคำนึงเป็นการส่วนตัวก็คือ..น่าจะไม่ใช่แนวทางของการประกันคุณภาพ อาจเป็นที่มาของโรงเรียนและชุมชนอ่อนแอในอนาคต ผมไม่ได้อิจฉาโรงเรียนในตำบล แต่รู้สึกเป็นห่วงโรงเรียนส่วนใหญ่ที่อยู่ในหมู่บ้าน..เท่านั้น
ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของผม ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด แต่ถ้ารักโรงเรียนและไม่อยากสูญเสีย..ผมมีข้อเสนอแนะครูและผู้ปกครอง..
ต่อไปนี้..จงร่วมด้วยช่วยกันเร่งรัดพัฒนา “คุณภาพ”ให้เกิดขึ้นในโรงเรียน อย่าปล่อยปละละเลยให้ผู้บริหารและครู..ทำงานกันโดยลำพัง..
ผมเชื่อว่า..โรงเรียนในหมู่บ้าน พร้อมต้อนรับชุมชน ให้เป็นฐานแห่งพลังงานขับเคลื่อนโรงเรียนให้ก้าวทันสถานการณ์ ใช้ชุมชนเป็นฐานแห่งการคิดที่สร้างสรรค์
คุณภาพ..จะเกิดได้แค่ ๒ แนวทางเท่านั้น คือคุณภาพด้านวิชาการ งานการเรียนการสอนนั่นเอง และคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม คือความสะอาดและร่มรื่นของโรงเรียน
คุณภาพ..ไม่จำเป็นต้องตีค่าที่เกียรติบัตรหรือรางวัล..ความรู้สึกของผู้ปกครองก็อาจจะไม่ต้องไปวัดคุณค่าการศึกษากันที่ตัวอาคาร..หัวใจของคุณค่าอยู่ที่เด็ก..ที่เป็นผลผลิตที่สำคัญ
พูดมาถึงตรงนี้..ท่านผู้อ่านคิดอย่างไร? ส่วนผมมั่นใจภายใน ๔ ปี โรงเรียนประจำหมู่บ้านของผม..ยังอยู่ที่เดิม และเชื่อว่าชุมชนจะช่วยเชิดชูให้ไม่ด้อยไปกว่าโรงเรียนประจำตำบลอย่างแน่นอน...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒