ธรรม กับธรรมชาติ เพื่อการพื่งพาตนเอง ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง เป็นโจทย์ที่นักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธีรวิทยาต้องไปค้นหาที่แหล่งเรียนรู้มหาชีวาลัยอีสาน จากนักเรียน 300 รูป ที่ทำให้ผู้พบเห็นตกใจเพราะมองไปทางไหนเห็นแต่จีวรเหลืองอร่ามเต็มไปหมดทั่วทั้งบริเวณสวนป่าแห่งนี้ ทำให้ผู้เขียนคิดในใจว่า เอ๊ะ ! นี่วัดแตกหรืออย่างไร พอรับรู้โจทย์ค่อยโล่งใจแต่ก็ไม่วายที่จะคิดหนักอีกจนได้นั่นคือจะทำอย่างไรให้หลวงพี่เณรหัวใสเหล่านี้มีหัวใจ KM  ตามที่ (พระมหาสุพจน์  วิสุทธสีโล ที่เป็นพระอาจารย์ที่นำมา)  ต้องการได้

             ทีมพี่เลี้ยง (หนึ่งในนั้นมีผู้เขียนร่วมกระบวนการด้วย) ได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อให้ได้เลือกตามความสนใจโดยตั้งประเด็นเป็น 3 หัวข้อ คือ ธรรมะกับธรรมชาติ  ธรรมะกับการพื่งพาตนเอง  ธรรมะกับเศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่ลืมที่จะให้ผู้เรียนได้รับแรงกระตุ้นให้มีหลักคิด วิธีคิด เชื่อมโยงกับการปฏิบัติให้ได้ และให้ประจักษ์ว่า การจัดการความรู้ต้องมีทั้งการรู้จักนำความรู้ที่มีอยู่แล้วจากตัวคน จากตำราที่เรียนมา จากงานวิจัยต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์(ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้) ให้เหมาะสมกับเป้าหมายงานที่ต้องการ รวมทั้งรู้จักแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในส่วนของความรู้แฝง และสกิดความรู้แฝงที่มีอยู่มาให้คนอื่นได้รับรู้และนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างเป็นความรู้ชุดใหม่ได้  ด้วยการเริ่มใส่คำถามย่อย ๆ เข้าไปเป็นหัวเชื้อให้ติดปีกความคิดเกิดขึ้นก่อนนั่นคือ  เห็นอะไร  รู้อะไร  เข้าใจว่าอย่างไร  

              จากการออกแบบวิธีหาความรู้ในรูปแบบของ KM (ของปราชญ์เจ้าของพื้นที่ ครูบาสุทธินันท์)ทำให้ทีมพี่เลี้ยงทึ่ง อึ้ง แล้วก็งง กับสิ่งที่เกิดขึ้นมากจริง ๆ เลยทีเดียว และในขณะเดียวกันทำให้ผู้เขียนถือว่าเป็นความโชคดีของตนเองอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นผู้เรียนรู้ไปกับกระบวนการนี้ด้วย