ลูกศิษย์ยังคงเป็น "เด็ก" เสมอ ในสายตา "ครู"

๑.

๑๕ ปีแห่งการเป็นครูที่สอนอยู่ในมหาวิทยาลัย ส่งลูกศิษย์ออกไปรับใช้สังคมจนจำปริมาณไม่ได้ แต่คงหลายพันคนอยู่ สอนทั้งในเอกและนอกเอกของตัวเอง ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ปริญญาโท ในและนอกมหาวิทยาลัย

สำหรับเอกเทคโนโลยีการศึกษานั้น สอนตั้งแต่นักศึกษารหัส ๔๖ เป็นรุ่นแรก เมื่อปี ๒๕๔๗ หลังจากนั้นก็มีนักศึกษารหัส ๔๗, ๔๘ และ ๕๓ แต่รุ่นที่ไม่ได้สอนก็นักศึกษารหัส ๓๙, ๔๐, ๔๑ และ ๔๔ 

เวลาสอนก็จะจริงจัง แต่ไม่ตึงจนเกินไป เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า กำลังสอนอะไรพวกเขา ไม่ได้เป็นครูที่สอนแต่ในหนังสือ แต่สอนทุกอย่างที่เขาจะออกไปสู้กับโลกภายนอกได้ นักศึกษาคนไหนไม่เข้าใจ ก็ไม่สนใจ เพราะเขาจะเผชิญกับความเป็นจริงเอง เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ

ดังนั้น เวลาเกรดออกก็ให้เกรดตามเนื้อผ้าเสมอ ใครทำคะแนนได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่มีเด็กเส้นมายุ่งวุ่นวาย แต่แน่นอนว่า นักศึกษาหลายคนก็ไม่ได้เข้าใจเช่นกัน คนที่คิดเข้าข้างตัวเอง ก็จะชอบใช้สำนวนว่า "ครูให้เกรด" แทนที่จะเป็น "ตัวเองทำเกรดเอง" ฟังจนเบื่อและชินชา แต่ก็ไม่มีอะไรที่มาเปลี่ยนแปลงความตั้งมั่นในการสอนคนของตัวเองได้ เท่าไหนเท่านั้น ไม่ต้องบ่น

ผมเชื่อว่า เด็กจะจดจำอาจารย์ที่เขี้ยวลากดินกับเขาแม่นจำทุกอิริยาบถ มากกว่า อาจารย์ที่สอนไปกลัวเด็กไม่รัก กลัวเด็กเกลียด ให้เกรดไม่ยุติธรรม ไม่ค่อยสอน แต่ให้เกรดดี ๆ ฯลฯ เยอะแยะ

ผมคงเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่พวกเขาจดจำ โดยไม่ต้องบังคับให้จำ มันก็จำได้เอง

..

..

๒.

ทุก ๆ ปี ศิษย์เก่าเทคโนฯ จะเวียนกับจัดงานดำหัวอาจารย์เทคโนฯ เสมอ ในช่วงหลังสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ของคนล้านนา

พิธีการเหมือนการขอขมาสิ่งที่ลูกศิษย์ได้ล่วงเกินอาจารย์ทั้งกาย วาจา ใจ พวกเขาก็ได้มาเจอเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องกันปีละครั้ง

พวกเขาจะมีของมงคลสำหรับการดำหัวอาจารย์ให้คนละชุด ลูกศิษย์แต่ละรุ่นจะส่งตัวแทนออกมาพูด อาจารย์แต่ละคนกล่าวอำนวยพรให้กับศิษย์ทีละคน หลังจากนั้นอาจารย์ก็จะผูกข้อมือให้กับนักศึกษาทีละคนที่เดินขึ้นมา พร้อมคำอวยพรอีกครั้ง ตอนนี้ก็จะได้สอบถามสารทุกข์สุกดิบ การทำงาน ครอบครัว ฯลฯ

..

..

..

..

..

..

๓.

ในบรรดาอาจารย์ที่ได้รับการเชิญมาดำหัวนั้น จะมีอาจารย์อาวุโส ๓ ท่านที่เกษียณอายุไปแล้ว ที่เหลือจะเป็นอาจารย์ที่ยังไม่เกษียณอีก ๕ คน ผมจะอยู่ในลำดับสุดท้าย (ที่ต้องพูดอวยพร) ไม่นับอาจารย์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา

การพูดคนท้าย ๆ นำความเครียดมาให้เล็ก ๆ เพราะคนก่อนหน้านั้นจะพูดในสิ่งที่เราจะพูดหมดไปแล้ว คนท้าย ๆ ต้องหามุขในการพูดใหม่ ผู้อาวุโสก็จะกล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนรอง ๆ ลงมาก็พูดถึงอดีตฝังใจ ความทรงจำอะไรพวกนี้ พอถึงผมทีไรในแต่ละปี กำลังใจและธรรมะมาเป็นหลักเสมอ แสดงความเป็นตัวเองจริง ๆ ;)...

เด็กหลายคนเคยติด F ผม พวกเขาน่ะจำได้แม่น แต่ผมลืมไปแล้ว เพราะไม่ได้ให้ F ด้วยความอาฆาตแค้น แต่ให้เพราะเขาไม่ขยันเอามาก ๆ จริง ๆ

..

..

๔.

ไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกอะไร หรือ ฝังใจอะไร แต่สิ่งที่ครูได้มองเห็นลูกศิษย์ของตัวเองในตอนนี้ ไม่ต่างจากตอนที่พวกเขายังเรียนกับเราอยู่ เขาเป็นคนยังไง บุคลิกยังไง จำได้หมด คงไม่ต่างจากพ่อแม่ที่มองลูกว่า ยังเป็นเด็กเสมอ ครูก็ไม่ต่างกัน ถึงแม้พวกเขาจะเติบโต มีงานทำ มีครอบครัว มีลูก อายุมากขึ้นเท่าไหร่แล้วก็ตาม เขายังคงเป็นเด็กสำหรับเราเสมอ

และจะรู้สึกดีใจและมีความสุขทุกครั้งที่มองเห็นพวกเขามางานนี้ มันเป็นการบ่งบอกว่า พวกเขารำลึกถึงครูผู้สั่งสอนเขามากเพียงไหน หลายคนยกมือขอบคุณ หลายคนวิ่งเข้ามากอด หลายคนขอคำอวยพร

ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี

ใครเป็นเช่นนี้ได้ ย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ความดีจะคุ้มครองพวกเขาเอง

..

เวลายังคงผ่านไปไม่หวนกลับ
เกิดเป็นคนต้องเรียนรู้และเติบโต

คนเป็นครูทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อย
แต่ยังไม่เสร็จสิ้น
จนกว่าจะตายจากกันนั่นแหละ

..

บุญรักษา ลูกศิษย์ทุกคน ;)...

..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ซึ้งอ่ะ…คุณครู

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากครับ คุณแม่มด ;)…

เขียนเมื่อ 

คุณครูกระดาษทรายเบอร์ศูนย์

เขียนเมื่อ 

อาจารย์ขจิตคนเดียวจริง ๆ ที่ให้ฉายาผมเช่นนี้ 555