สงกรานต์ส่งงานโปรเจคของญี่ปุ่นด้วยความเหนื่อยค่ะ นั่งแบบไม่ต้องออกจากหน้าจอ
ยาว ๆ จนแทบโยคะ มาทุกท่ายังเอา office syndrome ไม่อยู่
หลังสงกรานต์ก็มาสรุปงานโปรเจคที่รับผิดชอบต่อของคณะทำงาน การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ทุกอย่างต้องใช้ความละเอียด
การทำงานคลินิกวันนี้ก็ได้ช่วยหลายครอบครัว
สัปดาห์ก่อนเจอปัญหาผู้ป่วยถูกผู้ดูแลทำร้าย (physical abused) เพราะสามีก็ป่วยซึมเศร้า และเริ่มมีภาวะสมองเสื่อม อารมณ์รุนแรงเหมือนกัน พอมาประเมินจึงทราบและส่งต่อแพทย์ เหล่านี้จะเจอได้เรื่อย ๆ ต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ และกลยุทธิ์ในการประเมิน ใช้เวลาพอดูในการประเมินแต่ละเคส
มาสัปดาห์นี้ เจอครอบครัวเหนื่อยล้าหนัก ซึมเศร้า รู้สึกผิด ประเมินได้ ให้การช่วยเหลือ ส่งต่ออาจารย์แพทย์ประเมิน รักษาต่อ ดูแลร่วมกัน บางเรื่องเราดูเหมือนเล็ก แต่สำหรับผู้ดูแลอาจเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อน
"สมองเสื่อมจะหายไหม?" ดิฉันถูกถามบ่อย ๆ ในห้องให้คำปรึกษา นั่นสะท้อนอะไร
หลายครอบครัวยังเข้าใจผิดในการดูแลโรคสมองเสื่อม ทั้งที่มารักษาหลายครั้ง การให้ข้อมูลจึงสำคัญมาก
เพราะญาติเปลี่ยนหน้ามา การรับรู้ก็ไม่เท่ากัน
สังคมอีสานยังไม่เข้าใจโรค ชอบแนะนำไปรักษาที่นั่นที่นี่ คนไข้ ญาติสับสนได้ค่ะ
เราจึงต้องตรวจสอบความเข้าใจ การรับรู้ และเป้าหมายการดูแล รักษาร่วมกัน เพื่อป้องกันความสับสน
และเพื่อให้ทิศทางการดูแลของเขาและเราชัดเจน เป็นทางเดียวกันค่ะ ไม่เกิดความคับข้องใจ
หรือแสวงหาการรักษาที่ไม่เหมาะสมค่ะ
ต้องอยู่กับคุณแม่ที่มีอาการสมองเสื่อมตามวัย บางครั้งเราก็สมองเสื่อมตามแม่ ตามมาด้วยอารมณ์เสื่อม แย่จริง ๆ เพราะชอบดุแม่