[review] รีวิว deliver us from evil (2014) ล้าท้าอสูรนรก


[review] รีวิว deliver us from evil (2014) ล้าท้าอสูรนรก เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่พิสูจน์ให้เราเห็นว่ามนต์เสน่ห์ของหนังแนวไล่ผีไล่ปีศาจนั้นยังสามารถขายได้เสมอ

หนังเปิดมาด้วยทหารกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปปฏิบัติการในประเทศอิรักพวกเขาได้เข้าไปในพื้นที่แห่งหนึ่ง เจอกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ และเมื่อพวกเขากลับมาอย่างสหรัฐอเมริกาก็มีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับพวกเขา

ราฟ ซาร์ชีย์ (อีริก บานา) นายตำรวจผู้ได้รับแจ้งความว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในห้องในอาคารแห่งหนึ่ง ผู้ชายทุบตีภรรยาเมื่อเขาเห็นก็รู้ด้วยว่ามันเกิดจากอาการคุ้มคลั่ง และต่อมาเขาก็เจอคดีที่หญิงสาวคนหนึ่งไปเที่ยวสวนสัตว์แล้วเธอก็โยนลูกของเธอก็ไปในกรงสิงโต เขาจับเธอด้วยเห็นว่าวิกลจริต จากนั้นบาทหลวง เมนโดซา (เอ็ดการ์ รามิเรซ) ได้เข้ามาพบกับซาร์ชีย์ เลยแจ้งว่านั่นไม่ใช่อาการวิกลจริตแต่เกี่ยวข้องกับอำนาจของปีศาจ ซึ่งแน่นอนว่า ซาร์ชีย์ ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เขาก็ไม่เชื่อเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาและพระเจ้าอยู่แล้ว แต่สืบไปสืบมา เขาก็รับรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นมีอาการ ไม่เป็นปกติแล้วมีบางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถอธิบายได้โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุต่างๆนั้นมัก พบข้อความประหลาด และเกี่ยวข้องย้อนกลับไปหาเหตุการณ์ในประเทศอิรักซึ่งสืบได้ว่านั่นคือข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประตูนรกให้ปีศาจตนหนึ่งขึ้นมา จนในที่สุดเรื่องราวเลวร้ายก็ได้มาเกิดขึ้นกับครอบครัวของ ซาร์ชีย์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องช่วยเหลือครอบครัวของเขาไปพร้อมกับการไขคดีให้ได้

ก่อนเริ่มหนังมีคำโปรยขึ้นมาว่าเหตุการณ์นี้สร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริง ดังนั้นหนังจึงมีความน่าสนใจว่าเหตุการณ์จริงที่ว่านั้นอยู่ตรงจุดไหน

เป็นหนังแนวตำรวจสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ฆาตกรรม และมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องปีศาจดังนั้น แน่นอนว่าวิธีการนำเสนอจะต้องมีมิติที่ค่อนข้างลึกพอสมควรและมักจะเกี่ยวข้องกับตัวผู้เป็นนักแสดงนำซึ่งในที่นี้คือนายตำรวจที่ไม่มีความเชื่อเรื่องพระเจ้าหรือภูติผีปีศาจเลย และดูเหมือนว่าจะเป็นคนออกของหนังประเภทนี้ ซึ่งยิ่งไม่เชื่อเท่าไหร่เหตุการณ์ก็จะวกกลับเข้าไปหาเจ้าตัวมากเท่านั้นและเมื่อถึงจุดแตกหัก เขาก็ต้องเชื่อโดยดุษฎี

หนังจึงเล่นเกี่ยวกับความเชื่อความศรัทธาและการยอมรับ การยอมรับในที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่การยอมรับในอำนาจของศาสนา แต่ต้องยอมรับความผิดบาปที่ตัวเองได้ทำและเมื่อยอมรับแล้วสารภาพผิดสิ่งนั้นนั่นเองคือการปลดปล่อยตัวเองจากบางสิ่งบางอย่างที่ขัดข้องของใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจของปีศาจที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคลนั้นเอง

มีการแสดงขั้นตอนการประกอบพิธีการขับไล่ปีศาจ ที่ค่อนข้างใช้เวลานานนับสิบนาที เริ่มตั้งแต่ การแสดงตน แสแสร้ง จุดเปลี่ยน แตกหัก ขับไล่ การผ่านไปแต่ละขั้นตอนนั้นในหนังไม่ได้ทำให้ยากเย็นเกินไปนัก ซึ่งน่าเสียดายว่าหากหนังเล่นกับประเด็นเหล่านี้ให้นานมากขึ้น ผมมองว่าหนังน่าจะมีจุดสนใจมากขึ้นเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเหมือนจะเป็นธรรมเนียมของการไล่ปีศาจแบบฝรั่ง ที่จะต้องรู้ชื่อปีศาจให้ได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้จะมีวิธีการให้ปีศาจบอกชื่อตัวเองมาได้อย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ของคนดูที่จะต้องรับชมเอาเองครับ

หนังอยู่ในโทนมืดซะส่วนใหญ่ อาจดูแล้วรู้สึกไม่สบายตา แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าความตั้งใจของผู้กำกับที่ตั้งใจจะทำให้เราอยู่ในความมืดมน หรือการตกอยู่ในอำนาจของปีศาจ หรือจะมองให้ลึกไปกว่านั้นก็คือ ตกอยู่ในความผิดบาปของตนเองนั่นเอง ส่วนความสนุกความน่าติดตาม รวมถึงวิธีการเล่าเรื่องนั้นก็ ทำได้ค่อนข้างดีไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก จัดได้ว่าเป็นการผสมผสานการสืบสวนสอบสวนผสมกับคติความเชื่อความสยองขวัญออกมาได้ค่อนข้างดี

หากจะมีจุดที่เบื่อหน่ายบ้างก็คือพล็อตเรื่องที่ค่อนข้างซ้ำซากจำเจ ตรงประเด็นของความเชื่อความไม่เชื่อและการย้อนกลับของเหตุการณ์ที่มาเล่นงาตัวละครนำ ซึ่งจุดนี้ไม่ต้องดูหรือสปอยล์ให้เหนื่อยก็รู้ได้ว่าจะเริ่มอย่างไรและจบลงอย่างไร

หากคุณยังชื่นชอบหรือหลงใหลมนต์เสน่ห์หนังที่มีการแสดงพิธีกรรมการขับไล่ปีศาจนั้น deliver us from evil ก็ยังถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กับหนังแนวนี้เรื่องอื่นเลย

6.5/10

วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStation #สถานีหนัง

#หนังสยองขวัญ #หนังไล่ผีหนัง

#สืบสวนสอบสวน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถานีหนัง



ความเห็น (0)