

รู้เรื่องประเพณีเช็งเม็งกับอาจารย์สุภัชชา.ตอนที่1คำว่า เช็งเม้ง 清明 (qing ming) หรือ เชงเม้ง เช้งเม้ง เป็นคำเรียกในภาษาจีนแต้จิ๋ว ส่วนจีนกลางเรียก ซึ่งมีประวัติความเป็นมานานกว่า 2000 ปีวัน
เช็งเม้ง วันที่ 4 หรือวันที่ 5 เมษายน ของทุกปีซึ่งไทยรับเอาวัฒนธรรมวันเวลานี้มาจากจีน ซึ่งจีนช่วงแต่ระยะเวลานี้อบอุ่นอากาศดีเพราะเพิ่งผ่านพ้นฤดูหนาวจะมีแสงแเดดอ่อนๆฝนตกบ้างแต่ตรงกับไทยวันที่5เมษายนทำให้ร้อนมากวันเช็งเม็งจะกำหนดไว้ค่อนข้างยาว คือ กำหนดไว้ ก่อน 10 วัน หลัง 8 วัน หรือกำหนดไว้ ก่อน 10 วัน หลัง 10 วัน จะเลือกวันเช็งเม้งในวันไหนก็ได้คะ แต่ที่มักนิยมทำกัน คือ วันที่ 5 เมษายน ของทุกปี

คำว่า เช็งเม้ง 清明 (qing ming) หรือ เชงเม้ง เช้งเม้ง เป็นคำเรียกในภาษาจีนแต้จิ๋ว และ ชิงหมิง เป็นคำเรียกในภาษาจีนกลาง เป็นชื่อเรียกของสาร์ทๆหนึ่งใน 24 สาร์ทของจีน ซึ่งมีประวัติความเป็นมานานกว่า 2000 ปีวันเช็งเม้ง จะตรงกับปฏิทินทางสุริยคติ วันที่ 4 หรือวันที่ 5 เมษายน ของทุกปี แต่ระยะเวลาสำหรับเทศกาลเช็งเม้ง จะกำหนดไว้ค่อนข้างยาว คือ กำหนดไว้ ก่อน 10 วัน หลัง 8 วัน หรือกำหนดไว้ ก่อน 10 วัน หลัง 10 วัน จะเลือกวันเช็งเม้งในวันไหนก็ได้ แต่ที่มักนิยมทำกัน คือ วันที่ 5 เมษายน ของทุกปี
清 เช็ง เกิดจากการผสมอักษรจีน 2 คำเข้าด้วยกัน คือ น้ำ + สีเขียว รวมกันหมายถึง ความใสกระจ่าง
明 เม้ง เกิดจากการผสมอักษร
จีน 2 คำเข้าด้วยกัน คือ พระจันทร์ + พระอาทิตย์ รวมกันหมายถึง ความสว่าง
清明 เช็งเม้ง รวมกันจึงกลายเป็น ความแจ่มกระจ่างสว่างสดใสคะเพราะลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมมาจากรุ่นก๋ง รุ่นทวดก๋ง ที่จะเลือกช่วงเวลานี้ออกไปทำความสะอาดสุสานของบรรพบุรุษ และตั้งเครื่องบูชาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบนรพบุรุษผู้ล่วงลับคะ
สำหรับเครื่องเซ่นไหว้วันเช็งเม็งส่วนใหญ่จัดหาตามฐานะของตระกูล ความเหมาะสมของฤดูกาลที่จะซื้อหา และตามความเชื่อประเพณีของแต่ละท้องถิ่นคะ
ส่วนใหญ่ จะมีกระดาษเงิน กระดาษทองหรือกระดาษซึ่งทำเป็นรูปแบบเสื้อผ้าคะ เพื่อเผาส่งไปให้บรรพบุรุษ และมีเทียนแดง ธูป (เทียนแดง 1 คู่ ธูป ตามจำนวนผู้มาไหว้ คนละ 1 ดอก) ไก่ต้ม หมูต้มหนึ่งแถบ ปลาหมึกแห้ง หอยแครง เส้นหมี่เหลือง ไข่ต้ม ซาลาเปา ขนมฟู(ขนมสาลี่) ผลไม้ 5 อย่างหรือ 7 อย่าง (ผลไม้ที่นำมาเซ่นไหว้ จะไม่นำผลไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคล เช่น ละมุด มังคุด ฯลฯ และหากไม่มีผลไม้มากนัก ก็ใช้ส้มเกลี้ยงอย่างเดียวก็ได้) พร้อมน้ำชา(3 ถ้วย) สุรา(3 ถ้วย)แต่สมัยนี้ถ้าดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไม่ดื่มเหล้าก็ควรตั้งน้ำชา5ถ้วยคะ
การเซ่นไหว้การเซ่นไหว้ กระทำหน้าฮวงซุ๊ยกลางแจ้ง โดยการจัดวางอาหารเซ่นไหว้ จุดเทียน 1 คู่ และจุดธูปของทุกคน คนละ 1 ดอก โดยคนที่เป็นเครือญาติของตระกูลเท่านั้น ที่จะนั่งล้อมเป็นรูปครึ่งวงกลมรอบฮวงซุ๊ย แล้วผู้อาวุโสบอกกล่าว เชิญวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับ และต้องบอกแก่เจ้าที่ด้วย เพื่อขออนุญาตพาวิญญาณบรรพบุรุษเข้ามาที่แท่นบูชา ที่มีรูปถ่ายหรือป้ายชื่อ ทั้งนี้จะต้องทำในช่วงไม่เกิน 11.00 น. เพราะหลังจาก 11.00 น. ไปแล้ว จะเป็นช่วงจุดธูปพร้อมกล่าวลา หรือกล่าวลาเฉยๆ ต่อวิญญาณบรรพบุรุษในวันเช็งเม้ง ชาวจีนบางถิ่น หลังจากเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษเสร็จแล้ว จะนำกระดาษสี 5 สี ที่ตัดเป็นแถบยาว วางพาดไว้บนป้ายชื่อและโปรยไว้บนเนินดินหลังเต่า เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่า ลูกหลานได้มาเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษแล้ว แต่จะไม่ทำเป็นธงสีปักไว้บนเนินดินหลังเต่า เพราะเชื่อว่า แบบนั้นจะทำให้ที่อยู่อาศัยของบรรพบุรุษหลังคารั่วข้อความบนป้ายชื่อซึ่งเป็นตัวอักษรจีน บางเอกสารบอกว่า คือ ชื่อ ที่อยู่ และวันสร้าง
หากบรรพบุรุษที่ฝังอยู่ในฮวงซุ๊ย เป็นชายและไม่มีครอบครัว จะสลักแถวเดี่ยว หากมีภรรยาก็จะสลักชื่อภรรยาลงไปด้วย โดยชื่อภรรยาหลวงจะอยู่ซ้ายมือ ชื่อสามีจะอยู่ตรงกลาง และชื่อภรรยาคนต่อไปจะอยู่ทางขวามือ ตัวหนังสือเมื่อนับจากบนลงล่าง คือ ตัวสกุลและชื่อ หากใครสิ้นชีวิตไปแล้วจะใช้สีเขียวทาตัวหนังสือ หากใครยังมีชีวิตอยู่จะใช้สีแดงทาตัวหนังสือ แล้วก็เป็นตัวหนังสือที่บอกที่อยู่ และวันสร้างฮวงซุ๊ย อย่างไรก็ตามบางสถานที่ ตัวหนังสือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นชื่อคนเป็น หรือชื่อคนตาย จะทาสีทองทั้งหมดทุกตัวอักษรคะ
