เด็กชายตาล..ฉายา “อ้วนดำ” ประจำโรงเรียน ผู้เป็นพี่ชายของแตง ตอนนี้ตาลจบป.๖ ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา..
วันนี้..ผมรู้สึกคิดถึงตาลเป็นพิเศษ จึงขับรถไปเยี่ยมบ้าน แต่พบกับความว่างเปล่า ตาลกับแตงไปช่วยแม่ตัดอ้อย หรือไม่ก็ขุดมันที่อำเภอไทรโยค
ตาล คือตัวแทนภาพลักษณ์ของเด็ก ป.๖ ที่เรียนไม่เก่ง อยู่กันคนละด้านกับ “โอเน็ต” แต่ตาลหุงข้าวได้ ทำกับข้าวเป็น ทำงานเลี้ยงปากท้องและหาเงินได้ ตลอดจนจับปลาจับแย้ได้สารพัด
แต่กว่าที่ตาลจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ธรรมดา พกพาวีรกรรมมามากมายก่ายกอง เป็นนักเรียนคนเดียวที่ทำตัวโดดเด่นมาก
ตาล..หรืออ้วนดำ แบบที่เนื้อตัวสกปรก เสื้อผ้าหน้าผมขะมุกขะมอมตลอดตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.๕..ผมเพิ่งรู้สึกว่าตาลแต่งตัวเรียบร้อยมากขึ้นเมื่ออยู่ชั้นป.๖
ครูฝน เป็นครูประจำชั้น ป.๖ ซึ่งสอนอยู่อาคารชั่วคราวหลังห้องทำงานของผม ทุกวันผมจะได้ยินเสียงครูฝนสู้รบกับตาล ในเรื่องการบ้านกับการไม่สนใจเรียน
ครูฝนส่งมาให้ผมจัดการ..ผมไม่อยากจะรุนแรงกับตาล เพราะเข้าใจทุกอย่างดี แต่ก็ต้องพูดบ้าง เพื่อให้ตาลสำนึก..
ผมบอกตาลว่า..ครูฝนเขารักตาลนะ ครูเขาดุบ้างไรบ้างก็เพราะอยากให้ตาลได้ดี ตอนนี้ก็จะจบ ป.๖ แล้ว ผอ.ก็มองว่าตาลดีขึ้นนะ..เพียงแต่ขอว่าตาลอย่าดื้อ ตั้งใจเรียนสักหน่อย สงสารครูฝนนะ ครูเขาเหนื่อยมาก...
ตาลทำตาแดงๆ เหมือนอยากจะร้องไห้..ตาลคงรู้สึกแปลกๆก็เป็นได้ ที่ถูกครูสนใจเป็นพิเศษอยู่คนเดียว..และเป็นที่หนักใจของครู..
ผมก็เลยบอกครูฝนให้ตาลมานั่งเรียนใกล้ๆ แล้วต่อไปให้ชม ดูซิว่า..จะพัฒนาบุคลิกได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็คงต้องปล่อยและทำใจ ถึงอย่างไรตาลก็ต้องลงสู่สนามโอเน็ต เป็น ๑ ใน ๑๐ คนที่ต้องเข้าสอบ
ตาล..เป็นเด็กมีปัญหามาตั้งแต่ชั้นอนุบาล..คือไม่ยอมเรียน วิ่งหนีเข้าป่าอ้อย เรียกร้องความสนใจอยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นแม่ตาลบอกว่าตาลดื้อและซนมาก ผมยังเคยคิดว่าแม่รักแตงมากกว่าตาล แต่จริงๆแล้วไม่ใช่..ตาลทำตัวเองจนแม่ก็อ่อนล้า
แตงผู้เป็นน้องเรียนเก่งมาก สอบได้ที่ ๑ ตลอด อ่านคล่องและลายมือสวย ชอบเขียนเรื่องจากจินตนาการ แต่งตัวถูกระเบียบ ผมเคยถามว่าทำไมไม่ค่อยคุยกับตาล..แตงจะบอกว่าพี่ตาลพูดไม่รู้เรื่องและไม่ค่อยช่วยทำงานบ้าน..
ตอนที่ตาลอยู่ ป.๑ – ป.๒ ครูประจำชั้นแทบจะเป็นลมทุกวัน เพราะกางเกงนักเรียนของตาลเหม็นปัสสาวะ และเปียกแฉะตลอดทั้งวัน พอถามก็ได้ความว่ากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ครูก็เลยให้ไปห้องน้ำบ่อยๆ
ตาลไม่ชอบขาดเรียน แต่มาถึงโรงเรียนแล้วไม่อยากเรียน แถมมีกลิ่นติดตัวมาด้วยแบบนี้ ก็เลยสร้างความปั่นป่วนไปทั้งห้องเรียน..มิใช่น้อย
ตาลกินจุมาก..อาหารกลางวันจะขอตักรอบสองเสมอ จนเพื่อนๆมายกโต๊ะเพื่อจะเก็บกวาด ตาลก็ยังนั่งทานหน้าตาเฉย..
ผมจำได้..ตาลอยู่ ป.๓ ถูกครูว่ากล่าวตักเตือน ตาลหนีไปแอบในดงอ้อยหลังห้องน้ำ ครูเที่ยวหาจนเหนื่อย เดือดร้อนถึงครูนิรุต ที่ตาลยอมอยู่คนเดียว ไปหอบหิ้วออกมาได้ ตั้งแต่นั้น..คณะครูก็เริ่มรู้แล้วว่า ตาลเป็นเด็กขาดความอบอุ่นแน่นอน
ตาล..ไม่ค่อยมีเพื่อน และไม่ค่อยมีใครให้เข้ากลุ่ม อาจเป็นเพราะทำงานช้า เรื่อยๆเฉื่อยๆ บุคลิกจึงดูเหมือนโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่ตาลจะไม่รังแกใครก่อน เวลามีใครมาแกล้งตาล ผมจะฝึกตาลให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ให้ตาลใส่นวม ตาลชอบใจยิ้มไม่ยอมหุบ..จนถูกเพื่อนชกหน้าไปหลายครั้ง แต่ก็ยังยิ้มได้
ท้ายที่สุด...ป.๖ ปลายภาคเรียนที่ ๒ ครูฝนมารายงานให้ผมทราบว่า ตาลตั้งใจเรียนมากขึ้น ทดลองสอบโอเน็ตดูคะแนนก็อยู่ในเกณฑ์ดี และดีกว่าเด็กผู้หญิงในห้องอีกหลายคน
ครูฝนตั้งข้อสังเกต..หรือว่าตาลอยากได้ทุนการศึกษาจาก ผอ. ผมบอกครูฝนให้ดูๆไป แล้วก็ให้กำลังใจไปเรื่อยๆ เงิน..ซื้อตาลไม่ได้หรอก ตาลก็แค่อยากปรับตัวปรับใจ และต้องการการยอมรับ ให้มีที่ยืนในสังคมบ้างเท่านั้น
๒๙..มีนาคม ตาลได้ทุนการศึกษา ในฐานะนักเรียนป.๖ ที่ทำคะแนนโอเน็ตสูงกว่าระดับประเทศ..ตื่นตะลึงไปทั้งห้องประชุม ตาลยิ้มอย่างสดใส แต่ผมปลื้มจนอยากร้องไห้..เป็นครั้งแรกที่ผมกอดตาล..แล้วรู้สึกอุ่นใจ
เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า..อย่ามองใครที่รูปร่างหน้าตาหรือเสื้อผ้า..คุณค่าของคนอยู่ที่การเป็นตัวของตัวเองและรู้จักพัฒนาตน....
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒ เมษายน ๒๕๖๒
