ถ้าพูดถึงนักคิดนักประดิษฐ์คงต้องยกนิ้วให้คนญี่ปุ่น
เมื่อเช้านี้ผมคุยถึงเรื่องผู้หญิงอิจฉามดแดง บังเอิญว่ามีมุมมองเรื่องมดแดงในอีกมิติของชาวต่างชาติ ผมก็ไม่เคยไปประเทศญี่ปุ่น ทราบแต่ว่าเป็นเมืองหนาว มีหิมะตก ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าประเทศญี่ปุ่นมีมดแดงอาศัยอยู่หรือเปล่า
ถ้ามีอยู่จริงก็คงเป็นมดแดงประเภทหนังหนาทนความหนาวเย็นได้ เอาที่แน่ๆก็คือญี่ปุ่นมีมดเอ็กซ์ เป็นหนังการ์ตูนที่แสดงในโทรทัศน์ เอามาฉายบ้านเราเด็กติดกันเกรียวในความเก่งกาจ และมีอภินิหารต่างๆ เป็นพระเอกประเภทช่วยคลี่คลายปัญหาให้สังคม เช่นคอยช่วยเหลือเด็กที่โดนรังแก หรือช่วยต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เช่นเจ้ากาโม่ ฯลฯ.. มดเอ็กซ์เหาะเหินเดินอากาศได้ ตีลังกาเก่ง คล่องแคล่วว่องไหว กริยาท่าทางเหล่านี้
คนที่เขียนบทเจ้ามดเอ็กซ์ก็คงต้องเฝ้าดูพฤติกรรมของมดแดงในธรรมชาติ เพียงแต่เขาไม่ได้มองเล่นๆ มองเฉยๆ มองเพื่อจะเอาสิ่งที่รู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผลิตเป็นหนังฉายเก็บเงินคนทั้งโลก การรับประโยชน์จากการจัดการความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ดร.แสวง รวยสูงเนิน เขียนเรื่องน้ำตามดแดง และเรื่องการแหย่รังมดแดงเอาไข่มาประกอบอาหาร ก็คงจะได้มูลค่าไม่เท่าไหร่นักหรอก
คนญี่ปุ่นคิดและทำเรื่องมดแดงเหมือนกัน แต่มีรายได้จากเจ้ามดเอ็กซ์เป็นเงินหลายร้อยหลายพันล้านบาท ...ถ้าคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็คงต้องยกให้มดแดงของไทย
ถ้ามองเรื่องเศรษฐกิจทุนนิยม ก็คงต้องยกให้เจ้ามดเอ็กซ์ของญี่ปุ่น สรุป การจัดการความรู้ จะจัดอย่างไรก็ได้ เพียงแต่ต้องนำความรู้มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัด ให้พลังความรู้นั้นได้ประโยชน์สูงสุด
ครูบาครับ
ขอใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ไม่ว่าจะเป็นมดแดงหรือมดเอกซ์ คนไทยก็เป็นนักบริโภคนิยมเหมือนเดิม
บริโภคมดแดงละพอไหว ไม่ต้องลงทุนมาก และมีปัญญาสักนิดก็ทำได้เลย
แต่ บริโภคมดเอ็กซ์ มีปัญญาเท่าไรก็เสียเงินอยู่ดี
เสียทั้งค่าไฟ ค่าทีวี ค่าตัวการ์ตูนพลาสติกให้เด็กไว้ปาเล่น ค่าหนังสือการ์ตูน ค่าหน้ากาก ค่ารักษาโรคตาแฉะเพราะดูทีวี และ ฯลฯ
ผมขอสรุปว่าบริโภคมดแดงดีกว่าครับ
ไม่ว่ากันถ้าจะบริโภคไข่มดแดง แต่ติงตรงที่การแหย่ไข่ ถ้าอาจารย์โดนแหย่บ้างจะเป็นยังไงเน๊อะ
ไข่ผมร่วงจนแทบไม่เหลือแล้วครับ ที่มีก็เป็นไข่คนอื่นที่ผมเก็บแอบเอาไว้ปล่อยเวลาโดนแหย่นะครับ
ทำงานกับชาวบ้านนานๆ โดนชาวบ้านแหย่จนหมดแล้ว ตอนนี้มีแต่ไปแหย่ไข่ชาวบ้านมาไว้คุยให้คนอื่นฟังเท่านั้น
แต่ชาวบ้านก็ยังคิดว่าผมมีไข่ให้แหย่ ทั้งๆที่ผมแค่เอาไข่บ้านหนึ่งไปแลกอีกบ้านหนึ่งเท่านั้น
พูดแล้วก็เขินเหมือนกันแหละครับ
แต่คนอื่นทีพอชาวบ้านแหย่ ก็ปล่อยขยะหล่นใส่ตาชาวบ้าน เป็นโรคตาแฉะไปตามๆกัน ก็ยังกลับมาคุยอวดว่าไปถ่ายทอดความรู้ให้ชาวบ้านเสียอีก น่าสงสารจริงๆ คนกลุ่มนี้
ครูบาค่ะ มดแดงที่ที่แฝงมะม่วงยังดีมีไข่ให้เราแหย่ แต่มดแดงตัวเล็กที่ชอบแวะเวียนมากินของหวาน ๆ และข้าวสารตามบ้านเรานี่น่าหงุดหงิด ไข่ก็ไม่มีให้เรากิน แต่หลายวันนี้สิ้นฤทธิ์ไม่เข้ามาขนข้าวสารที่บ้านให้รกตา เพราะเอาข้าวสารไปเลี้ยงมดที่ต้นไม้ข้างบ้าน มดหายไปทันตาจริง ๆ ค่ะ
คิด แล้วต้อง ทำ และต้องหากลุ่มคนยุยงด้วยครับสำหรับ thaipeople