เที่ยวเชียงตุงกับสุภัชชา.ตอนวัดป่าแดง

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ตาราง และสถานที่ในร่ม

ซึ่งในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงพระเมืองแก้วไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสองนิกายระหว่างนิกายสวนดอกและป่าแดงคะซึ่งสอดคล้องกับตำนานพื้นเมืองที่ระบุว่าเกิดขึ้นในสมัยพญาเมืองแก้ว (พ.ศ. 2030 – 2038, ค.ศ. 1487-1495) กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งของนิกายฝ่ายสวนดอกกับฝ่ายวัดป่าแดง โดยพระองค์ได้ “ให้การสนับสนุนทั้งสองนิกายซึ่งภายหลังสงฆ์ทั้งสองนิกายยอมรับในข้อยุติดังกล่าวและพระสงฆ์ทั้งสองนิกายรักษาเอกลักษณ์ของนิกายตัวเองเอาไว้ แต่จะร่วมในพิธีกรรมสำ คัญๆ ด้วยกันคะ (Prasert Na Nagara and A.B. Griswoldอ้างใน รัตนาพร เศรษกุล2536: )

ในภาพอาจจะมี ผู้คนกำลังนั่ง, ต้นพืช และสถานที่ในร่ม


ต่อมากษัตริย์ได้ให้การอุปถัมภ์ต่อวัดและพระสงฆ์อย่างเสมอภาค ยังผลให้สองนิกายร่วมกันสถาปนาขึ้นเป็นสถาบันสงฆ์คะจะเห็นได้จากหลักศิลาจารึกที่อยู่ในวัดป่าแเดงเชียงตุงบอกเล่าถึงความสัมพันธ์เชียงใหม่และเชียงตุงที่พูดถึงว่ากษัตรย์เชียงใหม่ได้ส่งพระสงฆ์มาเผยแพร่พระศาสนาในเชียงตตุงคือนิกายลังกาวงศ์ซึ่งมาจากศรีลังกาซึ่งได้จารึกไว้พ.ศ1994ประมาณ563ปีคะส่วนนิกายดั้งเดิมนั้นชาวเชียงตุงเรียกนิกาย (หน) ยางควง เผยแพร่เข้ามาในสมัยพญาผายูและเจ้าเจ็ดพันตู ราว พ.ศ. 1882 ส่วนนิกายรามัญวงศ์เผยแพร่เข้าสู่เมืองเชียงตุง ราว พ.ศ. 1950 สมัยพญากือนา สา หรับนิกายสีหลนั้น เผยแพร่เข้าสู่เมืองเชียงตุงในสมัยพระเจ้าติโลกราช ราว พ.ศ. 1986วัดป่ าแดงมหาวิหารเป็นฝ่ายป่า หมายถึง คณะลังกาวงศ์ใหม่ หรือนิกายสีหลคะ

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 5 คน, รวมถึง Ganesh Noi Ganesh, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และน้ำ