ชวนคิดชวนคุยภาคประชาชนทำ R2R
ท้าทายกระบวนการเรียนรู้ของกะปุ๋มยิ่งนัก
....
ขณะที่ฟังการนำเสนอความก้าวหน้าของการทำงานในแต่ละหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน/ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน 50(5) ของเขต 4 ก็ Capture อะไรไปด้วยความตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้น ที่ได้เห็นภาพการทำงานภายใต้ Creative Thinking และ System Thinking ของนักปฏิบัติงานภาคประชาชน
โจทย์ที่คล้ายกันที่ว่า “การเข้าถึงความรู้เรื่องสิทธิ UC การเข้าถึงเรื่องการรับเรื่องร้องเรียน การได้รับบริการที่มีคุณภาพและเป็นธรรม”... ถือว่าเป็นความท้าทายของคณะทำงานภาคประชาชน
ถ้าจะว่าไปแล้วเรื่องนี้มีมา 15 ปีกว่าแล้ว
แต่ความรู้ความใจยังเข้าไม่ถึง หรือเข้าถึงก็ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก สะท้อนให้เห็น GAP ที่นำไปสู่การพัฒนาในระดับปฏิบัติที่นักวิชาการระดับประเทศก็ยากที่จะทำได้ เพราะนักปฏิบัติเท่านั้นเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ความจริงของปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น
จุดเด่นที่ได้เห็นการทำงานของภาคประชาชน สปสช.เขต4 ในการขับเคลื่อนเรื่อง UC และ รับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน/ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน 50(5) นี้คือ การมี “กลไกการทำงาน 50(5)” เป็นตัวเคลื่อนอย่างชัดเจน ภายใต้การทำงานของกลไกนี้ ทำให้เห็นการทำงานเป็นทีม เชิงระบบ และมีภารกิจเชิงสร้างสรรค์มากมายหลายกิจกรรม เช่น
กลไก
* เผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาท
* ลงเยี่ยมหนุนเสริม
* เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่
* รวบรวมข้อมูล+วิเคราะห์ข้อมูล
* กลไกการถอดบทเรียน
* กลไกการขับเคลื่อนภายในศูนย์และจังหวัด
* การกำกับติดตามผลการทำงานอย่างเป็นระบบ
ทำให้สะท้อนเห็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการเคลื่อนงานที่เกิดขึ้น
ส่วนตัวจึงลองถอดบทเรียน “ปัจจัยความสำเร็จ”
* ความร่วมมือภายในเครือข่ายของเขต
* ท้องถิ่นให้ความร่วมมือจะขับเคลื่อนได้รวดเร็ว
* ความต้องการของชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่
* Passion ในเรื่อง UC
* เน้นทำงานเชิงรุก
* ความเป็นทีมชัดเจนสะท้อนพลังการทำงาน
* ระบบราชการ/หน่วยงานราชการ
แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมี GAP ที่นำไปสู่การพัฒนาอีกหลายประเด็น ซึ่งสามารถอาศัยเครื่องมือ R2R มาใช้ได้ ก็เลยแอบเชียร์ภาคประชาชนภายใต้การกำกับงานของ C5 สปสช.เขต4 ชวนนักปฏิบัติงานภาคประชาชนทำ R2R ส่วนตัวเชื่อในศักยภาพแห่งการเรียนรู้ของความเป็นมนุษย์ อีกไม่นานอาจจะได้เห็น R2R ของภาคประชาชน โดย สปสช.เขต4 เคลื่อนเป็นโมเดลนำร่อง
การทำ R2R ไม่ต้องใช้เงินหรืองบประมาณในการอบรมใดใด ขอเพียงแค่เรามีงานประจำและมีพลังที่อยากพัฒนาอย่างเป็นระบบภายใต้หลักวิชาการ เชื่อว่าทำได้และทำได้ดีกว่านักวิจัยมืออาชีพแน่นอนค่ะ
#Noteความคิด
#KMUC
#KMR2R
25-02-62
[1] https://www.facebook.com/100001139221669/posts/2038173166230638?sfns=mo
[2] https://www.facebook.com/100001139221669/posts/2039001722814449?sfns=mo
เขียนไว้ก่อนหน้านี้สองบันทึก
[1] https://www.gotoknow.org/posts/660097
[2] https://www.gotoknow.org/posts/660111


