ผู้ป่วยเป็นคนขับรถขนอ้อย เป็นแผลเบาหวานที่ฝ่าเท้ามานานกว่า 3 ปี เข้ารับการรักษากับ รพ.สต.บ้านเหลื่อม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหารองเท้าสำหรับผู้ป่วยแผลเบาหวานจากภาครัฐ ราคา สามพันกว่าบาท สิ่งที่ทำได้คือล้างแผลเท่านั้น จึงทำให้แผลยังคงลุกลามไปเรื่อยๆ ซึ่งจะต้องมีการตัดข้อเท้าในเวลาอันไม่นานชีวิตคนจน มันลำบากมาก จะหยุดเพื่อรักษาแผล จะเอาอะไรกินเข้าไป ขับรถตัดอ้อย ขนอ้อย ต้องใช้เท้าทั้งสอง ย่ำลงไป เพื่องาน เพื่อเงิน หาเลี้ยงครอบครัว หมอ พยาบาล ก็ต้องดูแลไปตามสภาพ ทำแผล ล้างแผล เนื่องจากที่ผ่านมา ยังไม่เคยมียารักษาแผลเบาหวานมาก่อน
เมื่อพบว่ามีงานวิจัยครีมเซรั่มสกัดจากขมิ้นไพล เพื่อใช้รักษาแผลเบาหวาน โดยเฉพาะ ผู้ป่วยเลือกที่จะลอง พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเห็นด้วยที่จะทดลอง สำหรับหมอเจ้าของไข้ไม่ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะงานวิจัย ยังไม่ได้รับการรับรองจากสถาบันอันมีชื่อเสียงจากต่างประเทศ งานวิจัยไทย ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ผ่านกระบวนการทดสอบตามมาตรฐาน ฯลฯ
เนื่องจากแผลเบาหวานของผู้ป่วย มีขนาดกว้างใหญ่ และขอบแผลเนื้อเน่าตาย อีกทั้งยังไม่สามารถหยุดพักงานเพื่อมานอนรักษานิ่งๆได้เป็นเวลานาน จึงต้องได้รับคำแนะนำจากพยาบาล ในการดูแลรักษาความสะอาดแผล และใส่ครีมขมิ้น วันละ 3 เวลา เช้า บ่าย และก่อนนอน
ข้อสันนิษฐานที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งได้แจ้งให้กับพยาบาลและผู้ป่วยทราบล่วงหน้าคือ
- หนองที่ขอบแผล จะหายไปหลังจากการใช้ครีมในช่วงวันที่1-22.หลังจากใช้ครีมขมิ้น ไปแล้ว 7-10 วัน จะมีเลือดซึมขึ้นที่แผล เนื่องจากเซลล์ได้รับการฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น จากที่เซลล์เริ่มทะยอยตาย ซึ่งผลจากการฟื้นตัวของเซลล์จะทำให้มีเลือดมาเลี้ยงที่แผล จะทำให้เกิดเลือดซึม ซึ่งทางเรามองว่าเป็นสัญญาณที่ดี ถ้าไม่มีเลือดซึมออกมา จะมองว่าเซลล์ไม่สามารถฟื้นตัวได้ นั่นคือ ครีมขมิ้นใช้ไม่ได้ผล
- หลังจาก15-21วัน ขอบแผลจะเริ่มมีขนาดเล็กลง แต่ รอบๆขอบแผลจะมีสีดำ ซึ่งตามข้อสันนิษฐานคือ เส้นเลือดดำนำสารอาหารมาเลี้ยงเนื้อเยื่อรอบๆแผลเพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้ขอบแผลมีสีดำ พร้อมๆกับการสร้างเซลล์ใหม่รอบๆของแผล จะทำให้ขนาดขอบแผลหดเล็กลง4.หลังจากแผลหดเล็กลงเรื่อยๆ จะมีอาการคันรอบๆแผล5.เมื่อแผลปิดสนิทแล้ว ผิวหนังชั้นสุดท้ายปิดสนิทดีแล้ว ยังคงต้องใช้ครีมขมิ้นทาต่อไป เนื่องจากเซลล์ผิวหนังที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ยังมีความไม่แข็งแรงพอจะสัมผัสหรือรับแรงกระแทกได้6.แผลเบาหวานแม้ว่าจะหายแล้ว ก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก ดังนั้นการดูแลสุขภาพ และสุขลักษณะที่ดีในการใช้งานเท้า จึงจำเป็นต้องทำตามที่หมอและพยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด7.การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ ต้องพยายามให้แผลไม่สกปรก และไม่อับชื้อ ไม่ถูกน้ำ
หลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มใช้ครีมขมิ้นก็เป็นไปตามข้อสันนิษฐาน ขอบแผลที่เป็นหนอง เนื้อตาย หายไป จนกระทั่งใช้ครบ 7 วัน แผลก็มีเลือดซึมออกมา พยาบาลเจ้าของไข้มีความยากลำบากในการปิดผ้าก็อซแล้วแกะออกมาเพื่อล้างแผลและทาครีมขมิ้น เนื่องจากเวลาแกะ แผลก็มีเลือดไหลออกมา เวลาปิดแผลผ้าก็อซก็เปื้อนเลือด มีความยุ่งยากมาก อีกทั้งผู้ป่วยยังเดินย่ำ แทบทั้งวัน เนื่องจากงาน ตัดอ้อย ขนอ้อย ทำให้แผลหายช้า
ด้วยความมานะอดทนของพยาบาลเจ้าของไข้ เวลาผ่านไป 2 เดือน แผลมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด เลือดที่เคยไหลซึมก็หยุดลง เซลล์ผิวหนังเริ่มมีการฟื้นตัว ครีมขมิ้นหมด ผู้ป่วยขอใช้ครีมขมิ้นต่อ เพราะมีแนวโน้มที่แผลจะหายได้ หลังจากที่ต้องทนทรมานมา 3 ปี อย่างสิ้นหวัง
การดูแลรักษาจากพยาบาล ของรพ.สต. ร่วมกับการใช้ครีมขมิ้นในการรักษาแผลเบาหวาน แผลมีขนาดเล็กลงจนเป็นที่น่าพอใจ จนกระทั่ง 6 เดือนผ่านไป แผลก็ปิดสนิทลง เนื้อเยื่อใหม่ถูกสร้างขึ้นทดแทน แม้ว่าเนื้อเยื่อใหม่จะไม่เหมือนเดิมเสียเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นการสร้างเนื้อเยื่อจากบาดแผลฉกรรจ์ ลายฝ่าเท้าต่างๆจะไม่เหมือนเดิมอีก แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาเท้าเอาไว้ได้ ไม่ต้องโดนตัดเท้า ซึ่งกรณีนี้แผลหายช้ากว่าปกติ เนื่องจากผู้ป่วยต้องทำงานที่ทำให้แผลได้รับการกระทบกระเทือนอยู่ทุกๆวัน ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติมาก แต่ก็สามารถหายได้ในที่สุด แม้จะใช้เวลานานถึง 6 เดือน แต่แผลเบาหวานขนาดใหญ่หายได้ ก็ยังดี
หวังว่าสักวันหนึ่ง งานวิจัยเหล่านี้จะได้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติแม้ว่าวันนี้ งานวิจัยเหล่านี้จะถูกเรียกว่า งานวิจัยเถื่อน ก็ตาม