ครีมเซรั่มสกัดจากสมุนไพรสาหรับแผลเบาหวาน แผลเปื่อย แผลกดทับ
บทนำ
งานวิจัย คือการประดิษฐ์คิดค้นในสิ่งใหม่ๆที่ทั่วโลกยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือซอฟแวร์ อาจมีคนคิดจะทำแต่ทำไม่สำเร็จ หรือยังไม่เคยมีคนคิดทำมาก่อน ดังนั้นเนื้อหาในงานวิจัย จึงมีแง่คิด มุมมอง ที่แตกต่างจากความคิด ความเชื่อเดิมๆ เพราะหากคิดแบบเดิม เชื่อแบบเดิมๆแล้ว ก็จะไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นเนื้อหาในเอกสารนี้จึงมีอาจมีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักการทั่วไป เพื่อให้เกิดการนาเสนอสิ่งใหม่ๆ และเพื่อประโยชน์ต่อการวิจัยค้นคว้าต่อไปในอนาคตจากจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกกว่า 422 ล้านคนในปี 2559 ในจานวนนี้มีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน กว่า 5 ล้านคน ในจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ยังพบว่ามีแผลเรื้อรัง ที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดมาใช้สำหรับเยียวยาได้ แม้จะมีความพยายามคิดค้นหาวิธีการต่างๆมารักษาแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาเป็นเวลานานแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลในการรักษาได้ เนื่องจากเซลล์บริเวณที่เกิดแผลเบาหวานจะค่อยๆเสื่อมสภาพลง เกิดหนอง และลุกลามไปเรื่อยๆ แนวทางแก้ไขในปัจจุบันคือการขูดเนื้อเยื่อที่ตายออก ไปจนถึงการตัดอวัยวะทิ้ง ซึ่งการตัดอวัยวะก่อให้เกิดบาดแผล และลุกลามต่อไป จนในที่สุดคือการเสียชีวิต อย่างเจ็บปวดทรมานมากลักษณะที่มีความคล้ายคลึงกันของแผลเบาหวาน ,แผลเปื่อยและแผลกดทับ คือการที่เซลล์บริเวณดังกล่าว เริ่มเสื่อมสภาพ และไม่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพลง ทำให้เกิดแผล หนอง และการติดเชื้อตามมา งานวิจัยจึงจัดทำขึ้น เพื่อแก้ปัญหา แผลเบาหวาน แผลเปื่อย แผลกดทับ อันเนื่องมาจาก ความไม่สามารถซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาได้
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- ต้องการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย เพื่อไม่ให้เกิดหนอง โดยไม่ทำให้เชื้อเกิดการดื้อยา
- กระตุ้นให้เซลล์ที่เสื่อมสภาพกลับมามีประสิทธิภาพในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรงได้
- กระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ โดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะต่อการแบ่งเซลล์
- รักษาความชุ่มชื้นของเซลล์เพื่อไม่ให้เกิดสะเก็ดแผล ไม่เกิดเนื้อตาย
หลักการ
การฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย สามารถใช้ยาปฏิชีวนะในการกำจัดได้ แต่จะเกิดปัญหาดื้อยาตามมา หลักการคิดในงานวิจัยนี้ จึงไม่มีการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียตามความคิดดั้งเดิม แต่เป็นการปรับสภาพแวดล้อมให้ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียไม่สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้ และไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ ด้วยวิธีการนี้จะไม่ทำให้เชื้อดื้อยา เพราะไม่ได้ใช้ยาในการกำจัดการขูดเนื้อเยื่อที่ตายหรือเสื่อมสภาพทิ้ง เพื่อไม่ให้เกิดหนอง จากนั้นจะใช้ครีมเรียกเนื้อ ซึ่งโดยหลักการแล้วคือการกระตุ้นให้เซลล์เกิดการแบ่งตัว ด้วยการทำลายเซลล์ด้วยกรดอ่อนๆ เพื่อให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อบางส่วนถูกทำลายลง ร่างกายจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน หลักการของงานวิจัยนี้ ปฏิเสธคำว่าเซลล์มีการเสื่อมสภาพ โดยมองว่าเซลล์ไม่ได้เสื่อมสภาพ แต่มีสภาพที่อ่อนแอมากจนไม่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนได้ และปฏิเสธวิธีการขูดทำลายเซลล์ที่มีสภาพอ่อนแอนี้ทิ้ง เพราะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ใหม่ที่กำลังจะมีการแบ่งเซลล์ รวมถึงการปฏิเสธวิธีการกระตุ้นให้เกิดการแบ่งเซลล์ด้วยวิธีการทำลายเซลล์ในทุกๆรูปแบบ เมื่อมีการปฏิเสธเรื่องเซลล์เสื่อมสภาพ มาเป็นเซลล์ที่มีสภาพอ่อนแอจึงเปลี่ยนจากการทำลายเซลล์มาเป็นการฟื้นฟูสภาพเซลล์ให้กลับมาแข็งแรง และเปลี่ยนจากการกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ด้วยวิธีการทำลาย มาเป็นการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะต่อการสร้างเซลล์ใหม่
ทฤษฎี
เซลล์ในร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง โดยตัวของมันเอง หากอยู่ในสภาวะปกติ มีความสมดุล เมื่อเซลล์สูญเสียสมดุล จะทำให้เกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ หรือไม่เกิดการแบ่งเซลล์ ในกรณีแรกจะเกิดเป็นเนื้องอกหรือเนื้อร้าย ในกรณีที่สองจะเกิดบาดแผลที่ไม่ยอมหาย
การนำเข้าซึ่งสารเคมีสังเคราะห์มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เซลล์ยิ่งสูญเสียสมดุล การคืนสมดุลให้กับเซลล์จะประกอบไปด้วย 1. การปกป้องเซลล์จากมลภาวะภายนอก 2.การนำพาสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเซลล์ในการฟื้นฟูตัวเอง และการซ่อมแซม สร้างเซลล์ใหม่ 3. เพื่อให้เซลล์กลับมามีสภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตามสภาพที่ควรจะเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น(Virgin Coconut oil) มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียโดยการปรับสภาพให้ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ช่วยในการรักษาแผลเปื่อย แผลเบาหวาน ช่วยลดอาการอักเสบที่ผิวหนัง แต่เมื่อเกิดออกซิเดชั่นกับอากาศทำให้เกิดการบูด เมื่อทาลงบนผิวหนังจะเกิดอาการระคายเคือง เป็นอาหารของเชื้อราและแบคทีเรีย ทำให้เกิดสิวอุดตันที่ผิวหนัง
น้ำมันงาม้อน(Perilla seed oil)มีโอเมก้า 3,6 ที่จะช่วยให้เซลล์นำไปสร้างเป็นโอเมก้า 9 ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้เซลล์สร้างตัวขึ้นมาใหม่ในสภาพที่แข็งแรง แต่ด้วยโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่จึงยากต่อการซึมลงสู่ผิวหนังสารสกัดจากขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ไพล ช่วยลดอาการอักเสบ ต้านพิษ ต้านไวรัสกระเทียมโทน ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่คาโมมาย ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและช่วยลำเลียง Active ingredient ลงสู่ผิวหนัง
แต่เนื่องจากการสกัดร้อน(Hot extract)จะทำให้คุณสมบัติของสมุนไพรต่างๆเหล่านี้ลดลงหรือหายไป นอกจากนี้ยังจะเกิด Trans Fat จากไขมันไม่อิ่มตัวที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ สำหรับการสกัดเย็น(Cold extract) ซึ่งต้องใช้สารเคมีเป็นตัวทำละลายแล้วสะเทิน(neutralization) ออกไปนั้น นอกจากจะมีอันตรายจากสารเคมีที่ใช้ในการละลายและไม่สามารถสะเทิน(neutralization) ออกไปได้จนหมดแล้ว สารที่ละลายออกมาจากสมุนไพรจากตัวทำละลายนั้น มีสารที่เป็นพิษเจือปนออกมาด้วย ทำให้เกิดการระคายเคืองและมีผลข้างเคียงตามมา สาหรับงานวิจัยนี้ได้คิดค้นวิธีการสกัดแบบใหม่ที่อุณหภูมิต่ำ(Low temperature Extract) ซึ่งไม่ทำให้สูญเสียคุณค่าของสมุนไพรจากความร้อน และไม่ใช้สารเคมีเป็นตัวทำละลาย จึงไม่มีสารพิษจากสมุนไพรปนออกมา แม้แต่ความเป็นกรดก็ไม่ปนออกมาด้วย ช่วยทำให้โมเลกุลของน้ำมันงาม้อน(Perilla seed oil)มีขนาดเล็กลง และช่วยให้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น(Virgin Coconut oil)ไม่เกิดการบูด
สารสกัดที่ได้อยู่ในรูป Oil phase เพื่อให้สามารถซึมลงสู่ผิวหนังได้ และไม่ใส่สารกันบูด โดยงานวิจัยนี้มีหลักคิดที่ว่า การป้องกันการบูดนอกจากจะใส่สารกันบูดตามอย่างผลิตภัณฑ์ทั่วไปแล้วนั้น การป้องกันการบูดยังสามารถทำได้โดยการกำจัด สิ่งที่จะทำให้เกิดการบูดออกไปจากผลิตภัณฑ์ เมื่อไม่มีสิ่งที่ก่อให้เกิดการบูด ผลิตภัณฑ์นั้นๆจะไม่บูด ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่สารกันบูดด้วยคุณสมบัติของเซรั่มสกัดที่อยู่ในรูปของ Oil phase เมื่อนำมาผสมเข้ากับ วาสลีน(petroleum jelly)ที่สัดส่วน 70:30 ในอุณหภูมิที่กำหนด จะทำให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปครีมอ่อนที่อุณหภูมิ 20-25 องศา เพื่อให้ทาลงบนแผลแล้วไม่เกิดอาการเจ็บ และเมื่อสัมผัสเข้ากับผิวหนัง จะใช้อุณหภูมิของร่างกายละลายสถานะที่อยู่ในรูปครีมให้กลับไปเป็นเซรั่ม แล้วซึมลงสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว โดยที่วาสลีน(petroleum jelly)จะทำหน้าที่ปกป้องผิวภายนอกของแผล ไม่ให้สูญเสียความชื้น เมื่อทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกัน จะช่วยทำให้แผลหายจากการเป็นหนอง แผลไม่แห้งเป็นสะเก็ดและมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- อาการอักเสบของแผลจะหายไปในเวลา 1-3 วัน
- หนองที่เกิดกับแผลจะหายไปภายใน 1-3 วัน
- เซลล์จะเริ่มฟื้นตัวภายในระยะเวลา 7-15 วัน
- แผลไม่เกิดสะเก็ด
- ไม่เกิดอาการระคายเคือง
- ลดอาการปวดแสบปวดร้อนภายใน 1-2 วัน
- ช่วยให้เซลล์ที่เกิดใหม่มีสภาพสมบูรณ์แข็งแรง
สรุปผลการวิจัย
การนำเซรั่มที่ได้จากเทคนิคการสกัดที่อุณหภูมิต่ำ มาทำเป็นครีมสาหรับแผลเบาหวาน แผลเปื่อย แผลกดทับ ให้ผลในการแก้ไขปัญหาแผลจากผู้ป่วยเบาหวาน แผลกดทับ จากผู้ป่วยติดเตียง และแผลเปื่อย ได้เป็นอย่างดี สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ได้ทำการทดสอบ แต่ไม่สามารถใช้ได้ผลกับผู้ที่ป่วยที่มีอาการน้ำเหลืองเสีย หรือผู้ที่แพ้น้ำมัน น้ำผึ้ง และวาสลีน(petroleum jelly)
กลุ่มตัวอย่างทดสอบ
- ผู้ป่วยเบาหวานมีแผลที่นิ้วเท้า
- ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลผ่าตัด
- ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลเกิดจากการเกา หรือยุงกัด
- ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง ติดเตียง ทำให้เกิดแผลกดทับ ในผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยที่เกิดแผลจากการทาคีโม(chemical therapy)
การนำครีมเซรั่มไปใช้งานสาหรับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ1. กลุ่มผู้ที่ยิงเลเซอร์หน้า ,สักคิ้ว,สักยันต์ ช่วยลดอาการแสบร้อน แสบคัน ไม่ทำให้เกิดสะเก็ดแผล ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว2. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะเดื่อฝรั่ง(Fig) ใช้ทาหลังถูกยางมะเดื่อกัด ซึ่งหากปล่อยไว้จะเกิดเป็นแผลพุพอง เป็นหนอง3. กลุ่มผู้ที่ถูกน้ามันร้อนลวก ช่วยลดอาการแสบร้อน ช่วยให้แผลแห้ง ไม่เป็นสะเก็ด แผลหายไว ไม่เป็นแผลเป็น4. กลุ่มผู้ที่เกิดตุ่มคันตามฝ่ามือ เมื่อแตกออกจะเกิดอาการแสบคัน มีน้าเหลืองไหล ช่วยให้หายแสบคัน ทำให้แผลแห้ง และตุ่มคันต่างๆหายลงไปอย่างรวดเร็ว



งานวิจัยส่วนตัวจึงไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในการสกัดซึ่งเป็นเทคนิคที่ค้นคว้าขึ้นมาใหม่ จึงเป็นสิทธิ์ของผู้วิจัยที่จะไม่ต้องเปิดเผยเนื่องจากงานวิจัยในสิ่งที่ทั่วโลกยังไม่เคยทำมาก่อน(ซึ่งก็แน่นอนว่าถ้ามีการวิจัยสำเร็จไปแล้วจะเรียกสิ่งนี้ว่าวิจัยได้อย่างไร งานวิจัยก็ต้องยังไม่มีใครวิจัยมาก่อนสิ) กฎหมายในประเทศไทยไม่อนุญาตให้ผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจก มีความผิด โดยไม่มีข้อยกเว้นและไม่มีเงื่อนไขให้สามารถทำได้แต่อย่างใด…