สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยสถาบันวิจัย จัดการประชุมเรื่อง แนวทางการสร้างและพัฒนาเครือข่ายการวิจัยทางการศึกษา เมื่อบ่ายวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ โดยมีวิทยากร ๖ คน สองคนเล่าเรื่องเครือข่ายวิจัยการศึกษาที่สนับสนุนโดย วช. ในปี ๒๕๔๗ และ ๒๕๔๘ ซึ่งฟังแล้วผมบอกตัวเองว่า ไม่ควรทำแบบนั้นอีก เพราะจะไม่มีผลยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน เป็นวิธีจัดการงานวิจัยแบบที่คิดกันทีละปี ขาดความต่อเนื่อง และที่สำคัญที่สุดเป้าหมายไม่ชัด
วิทยากรสองท่านเล่าแนวทาง และผลงานพัฒนาและวิจัยเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ คือ รศ. ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ เล่าเรื่องโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ที่ทำมา ๖ ปี ตัวโครงการกำลังจะจบ และจะมีการขยายผลเข้าไปที่โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา และ นพ. ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ เล่าโครงการ Learning Analytics ที่กำลังเริ่มต้น
วิทยากรอีกสองท่าน ให้ความเห็นในภาพมหภาค (macro) คือ ดร. สีลาภรณ์ บัวสายให้ความเห็นเรื่องการจัดการเครือข่ายอย่างยอดเยี่ยม และผมให้ความเห็นตอบคำถาม ๗ ข้อ ตามในเอกสารที่แจกหน้าห้องประชุม แผ่นที่ระบุประเด็นการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีสาระการพูดในบัน ทึกเสียงนี้ (๑) โดยก่อนการประชุมผมส่ง PowerPoint ไปให้ผู้จัดการประชุม และได้พิมพ์แจกผู้เข้าร่วมประชุม แต่ผมไม่ได้พูดตามนั้น แต่ก็ขอนำมา ลปรร. ในที่นี้ด้วย ดูที่ (๒) และที่ (๓)
ผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุมในตอนท้าย เพราะเห็นว่าจะมีเวลาอภิปรายแลกเปลี่ยนน้อยมาก การประชุมไม่เป็นไปตามที่ผมคิด โดยผมคิดว่าหากจะให้ได้ประโยชน์เต็มที่ต้องจัดการประชุมแบบเสวนาทั้งห้อง วิทยากรกล่าวนำเพียงคนละสั้นๆ แล้วให้ผู้เข้าร่วมประชุมออกความเห็นหรือถาม แต่การประชุมวันนี้ค่อนไปทางวิทยากรบรรยาย
ผมได้เห็นความอ่อนแอของราชการ ในด้านการบริหารวิชาการ ไม่มีวัฒนธรรมวิชาการ เห็นชัดเจนว่า หากจะให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ภาคประชาสังคมต้องเข้าไปทำหน้าที่ผู้นำหรือริเริ่มงานสาธารณะด้านวิชาการ จะหวังพึ่งภาคราชการได้ยาก
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ธ.ค. ๖๑

1 บรรยากาศในห้องประชุม

2 ถ่ายอีกมุมหนึ่ง

3 ข้อเสนอของ ดร. สุธีระ