๗๖๗. จากผัก..ถึงสมุนไพร

สถานศึกษา “พอเพียง” ต้องพอเพียงตั้งแต่วิธีคิด เรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์ ใช่เป็นได้แค่เพียงสถานศึกษาต้นทุนต่ำ แต่ต้องให้ความรู้สึกถึง..คุณภาพชีวิตด้วย

         ในช่วงเวลานี้..ของทุกปี ความเหน็บหนาวจะมาพร้อมกับภัยแล้ง โรงเรียนหลายแห่ง..จึงไม่พร้อมที่จะให้นักเรียนปลูกผัก เนื่องจากฝนไม่ตกและไม่มีแหล่งน้ำที่เพียงพอ..

    หรืออาจเป็นเพราะ..กิจกรรมเกษตรในโรงเรียน ไม่ค่อยจะได้พูดถึงในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่เป็นเรื่องของการอยู่ดีกินดีมีความสุข ที่ควรจะเร่งปลูกฝังให้นักเรียนตั้งแต่วัยเยาว์..

        แนวโน้มที่อาจเป็นไปได้..ในอนาคต..เกษตรในตำนาน เพื่อก้าวข้ามผ่านไปสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษาไขว่คว้าหา “เหรียญทอง” จนลืมภูมิปัญญาท้องถิ่น ทิ้งถิ่นฐานทำกิน..จนชาชินกับการเป็นผู้บริโภคมากกว่าการเป็นผู้ผลิต

        ผมยังเชื่อมั่นในวัฒนธรรมดั้งเดิม..ที่เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การเรียนรู้และการปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..ซึ่งต้องทำให้เกิดทั้งในแง่ของ “เอกลักษณ์” และ “อัตลักษณ์”

        คือ.ปลูกในสิ่งที่กิน และ กินในสิ่งที่ปลูก..ผมจึงดำเนินการเกี่ยวกับการปลูกผักในโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง..และไม่เคยส่งผลกระทบ..ต่อการอ่านออกเขียนได้ งานวิชาการจะไปด้วยกันได้เสมอกับงานพัฒนาผู้เรียน..

        ผมให้เวลากับนักเรียนที่จะให้เขารู้จักตนเอง รู้จักโรงเรียนและรักโรงเรียนมากขึ้น ซึ่งต้องปลูกฝังให้ตระหนักโดยผ่านกิจกรรมที่ต้องลงมือทำ

        สัปดาห์ที่ผ่านมา..ปลูกผักในถุง นำถุงไปวางที่โคนไม้หน้าอาคารเรียน ผักเจอแดดรำไรไม่ร้อนจัด ได้น้ำรดเช้าเย็น ผักจึงงามลำต้นใหญ่แผ่ใบจนเต็มถุง..

        วันนี้..เปลี่ยนเป็นงานปลูกไม้ประดับบ้าง โดยแยกต้นดาวกระจายออกมาจากแปลงใหญ่ ให้นักเรียนออกแบบการปลูกยังไงก็ได้ ที่จะช่วยส่งเสริมอาคารเรียนหลังใหม่ให้สวยงาม..

        ส่วนหน้าอาคาร..ยกร่องเพื่อปักชำไม้โตเร็วทรงพุ่มเตี้ย จะได้ไม่บดบังทัศนียภาพและดูแลง่าย เด็กถามผมว่าจะปลูกต้นอะไร? ผมเองก็ยังตอบไม่ได้ คิดอยู่ในใจ ๒ – ๓ ชื่อ เป็นพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในโรงเรียนนี่แหละ..

        อาคารเรียนสวยสง่างามและมีคุณค่า ไม่แตกต่างอะไรกับไม้ประดับที่สวยอย่างมีคุณค่าเช่นเดียวกัน แต่ราคา ณ ปัจจุบันแพงมาก แต่ผมยังไม่ได้ลงทุนเสียเงินเพื่อการนี้เลย..คิดแต่ว่าต้องเป็นไม้ประดับที่ดูแลง่าย (ตายยาก) ประหยัดค่าใช้จ่าย หาได้ในโรงเรียน..ปลูกถูกที่ถูกทางเดี๋ยวก็งามไปเอง...

        สถานศึกษา “พอเพียง” ต้องพอเพียงตั้งแต่วิธีคิด เรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์ ใช่เป็นได้แค่เพียงสถานศึกษาต้นทุนต่ำ แต่ต้องให้ความรู้สึกถึง..คุณภาพชีวิตด้วย

        ไม้ประดับ..ที่โรงเรียนมีมากเหลือเกิน ได้แก่ ต้นหาบเงินหาบทอง..สรรพคุณอย่างไรไม่ทราบได้ แต่ที่สังเกตพบ..คือ โตเร็วและขยายพันธุ์ได้ไม่รู้จบ ปลูกตรงไหน บริเวณนั้นจะไม่มีต้นหญ้าขึ้นแต่อย่างใด

        นักเรียนจึงช่วยกันปลูกที่โคนต้นไม้ใหญ่บนเนินดิน..เพื่อสักวัน..จะได้ชื่นชมความเขียวขจีที่มีอยู่รายรอบอาคาร.

        มองไกลออกไปในดงไม้ ก็จะพบกับกับ “ย่านาง” สมุนไพรมหัศจรรย์ที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ไม่เคยขาดแคลนแม้จะประสบภัยแล้งก็ตาม..

        ก่อนกลับบ้าน..ผมจึงเรียกประชุมครูและนักเรียน ป.๖ บอกครูให้ตั้งโจทย์โครงงานสมุนไพร..บอกเด็กให้ศึกษาสรรพคุณย่านางอย่างละเอียดลออ..

        ครูถามผมว่า..จะให้เป็นโครงงานแบบใด..ค้นคว้าสำรวจ หรือทดลองปฏิบัติการฯ เพราะช่วงนี้ใกล้สอบโอเน็ตแล้ว

        ผมจึงแนะนำให้ใช้เวลาจัดทำโครงงานในระยะยาว จะเป็นโครงงานแบบไหนก็ได้ ที่ทำแล้วผลออกมา ครูและเด็กได้ดื่มน้ำย่านางจริงๆ จากสมุนไพรใกล้ตัวที่อยู่คู่โรงเรียนมาหลายสิบปี..

        ผมบอกครูและเด็กทิ้งท้ายว่า..”ไม่อยากให้ครูและนักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับพืชผักสมุนไพร แต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติและไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์เลย..”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓  มกราคม  ๒๕๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

แวะมาอวยพร.. จ้า.. ขอให้มีความสุขกับการทำงาน.. อายุวรรณะสุขพละ.. ตลอดไป..ยายธีค่ะ

[email protected]
IP: xxx.128.107.151
เขียนเมื่อ 

I love this new herb growing project and all it can do – viz. the growing interest in herbs and their potential for people’s wellness, using herbs in landscaping, and possibly ‘another global export’ (via Internet) products.

Please update the project progress.

หมายเลขบันทึก

659104

เขียน

03 Jan 2019 @ 21:38
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 3, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก