ชีวิตที่พอเพียง 3339. ควงสาวเที่ยวอ่างทอง สิงห์บุรี ๑


สาวน้อยอยู่บ้านด้วยความเบื่อ    ในท่ามกลางการก่อสร้างปรับปรุงบ้านที่รุกเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน    จึงรบเร้าให้ผมพาไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไม่ไกลเกินไป    ตกลงกันได้ว่า ไปวันที่ ๑ - ๒ ธันวาคม ๒๕๖๑    ผมได้โอกาสบอกให้เธอค้นด้วย ไอแพ็ด ว่าจะไปที่ไหนบ้าง    เพื่อเป็นการฝึกใช้สมอง    ไม่ให้สมองเสื่อมเร็วเกินไป    

เย็นวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ผมก็ค้นหาโรงแรมที่สิงห์บุรี    จ้องหาโรงแรมริมแม่น้ำ พบโรงแรมไชยแสง รีสอร์ท    แต่ไม่มีห้องว่าง    จองได้โรงแรมไชยแสง วิลลา อยู่ริมคลองชลประทาน นอกเมืองสิงห์บุรี 

ค้นหาที่เที่ยว ส่วนใหญ่เป็นวัด    และเราจ้องไปชมพิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง ()  

พิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง 

เช้าวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เราออกจากบ้าน ๗.๑๘ นาที   ขึ้นทางด่วนอุดรรัถยาไปเข้าถนน ๓๔๗ มุ่งหน้าสู่บางปะหัน อ่างทอง ด้วยความชำนาญ   ตอนแรกว่าจะแวะวัดสักวัดก่อนไปชมพิพิธภัณฑ์   แต่เมื่อเห็นว่าจะไปถึงอ่างทองหลัง ๘.๓๐ น. พิพิธภัณฑ์เปิดแล้ว    จึงตั้ง Google Map มุ่งไปยังพิพิธภัณฑ์   ซึ่งนำเราหลง    และเมื่อถามทางไปเอง    เราก็ไปติดในดงรถที่ไปงานกีฬาสีของนักเรียน อยู่ในวัดอ่างทองวรวิหาร    ติดอยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมง    และเมื่อถามชาวบ้านจึงรู้ว่าพิพิธภัณฑ์เปิดในวันราชการเท่านั้น ไม่ตรงกับในเว็บไซต์ () ที่จริงผมผิดเองที่ไม่โทรศัพท์ไปถามเขาตามหมายเลขโทรศัพท์ที่เขาให้ไว้    อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ในประเทศไทย บริการพิพิธภัณฑ์ยังไม่ดำเนินการอย่างมืออาชีพ   และไม่เน้นการเป็น “สถานศึกษา”   ยังเน้นการแสดงของเก่า  และเฉลิมเกียรติของคน

ตอนรถไปติดอยู่ใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์ที่ปิดอยู่ สาวน้อยร้องออกมาว่า “เราเคยมาแล้ว    มีสองชั้น”    เวลาเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สาวน้อยจะพูดเช่นนี้บ่อยๆ    เข้าใจว่าเป็นอาการอย่างหนึ่งของสมองเสื่อม   

วัดม่วง  ศิลปะปูนปั้นสอนใจ

เรามุ่งต่อไปที่วัดม่วง ()  อำเภอวิเศษไชยชาญ  จังหวัดอ่างทอง    เราไปถึงพร้อมกับนักเรียนวันรุ่นกลุ่มใหญ่ลงรถบัสคันโต    ถามครูที่คุมมาได้ความว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านลาด เพชรบุรี    “พามาให้รู้จักนรกสวรรค์เสียบ้าง” ครูบอก     

วัดม่วงมีบริเวณใหญ่โตกว้างขวางมาก    ถนนแยกจากถนนใหญ่ เพื่อไปสู่วัดสร้างใหม่อย่างดี    เมื่อเข้าไปในวัดสิ่งที่เตะตาที่สุด คือศิลปะปูปั้นสอนใจ เรื่องนรกสวรรค์ (ส่วนใหญ่เป็นเรื่องนรก)    ผลบาปที่เกิดจากการทำชั่ว    เมื่อตายไปแล้วตกนรกต้องได้รับความทรมานต่างๆ นานารูปแบบ 

เรื่องแบบนี้ผมไม่เคยเชื่อเลย    ผมเชื่อสวรรค์นรกในชาตินี้ ไม่ใช่ในชาติหน้า    การทำดีทำชั่วนั้น เห็นผลในชาตินี้ ขณะยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ    เห็นได้ชัดเจน    ไม่ต้องรอให้ตายเสียก่อน    ผลดีของการทำดีส่วนใหญ่ได้อยู่ภายในตัวเราเอง     ผลตอบแทนจากภายนอกเป็นเพียงส่วนน้อย     เพียงแต่เราต้องฝึกสติ (การอยู่กับปัจจุบันขณะ) และฝึกรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง     ก็จะรู้คุณค่าของการทำความดี ส่วนที่เป็น “ผลภายใน”

อย่างไรก็ตาม นี่คือวัดที่มีชื่อเสียง    คนนิยมไปทำบุญ     และน่าจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด

วัดโพธิ์เก้าต้น ค่ายบางระจัน ตลาดย้อนยุค

เราให้ Google Map พาไปวัดโพธิ์เก้าต้น () อำเภอค่ายบางระจัน  จ. สิงห์บุรี     ระหว่างทางผมแวะถามทางที่ร้านตรงสามแยกที่ผ่าน    สาวน้อยร้องว่า “เราเคยมาที่นี่สองหนแล้ว    ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม”   นี่คืออาการของโรคสมองเสื่อมที่แสดงออกในทริปนี้เป็นครั้งที่สอง  

อนุสาวรีย์ค่ายบางระจันอยู่ตรงข้ามถนนกับตลาดย้อนยุค  วัดโพธิ์เก้าต้น    ที่บริเวณกว้างขวางมาก    ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นบริเวณตลาดย้อนยุค เปิดวันเสาร์อาทิตย์มาสองปี    นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งไปเช่าชุดไทยโบราณแต่งเที่ยวตลาด    และในตลาดตรงหน้า “ค่ายบางระจัน” มี “นักรบบางระจัน” มาแสดงท่านักรบถือดาบสะพายธนู ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว

ในตลาดมีอาหารเครื่องดื่ม และที่นั่งกิน    เรามีเสบียงไก่หมุนหมักน้ำผึ้งจิรภา ที่ซื้อระหว่างทาง จึงไม่ได้ซื้ออาหารอีก    แต่เมื่อผ่านร้านข้าวเกรียบว่าว ของโปรดของสาวน้อย เราก็ซื้อมา ๑ ถุง  ๒๐ บาท   

สิ่งที่ประทับใจคือต้นไม้ใหญ่และไม้ประดับในวัด   ให้ความร่มรื่นสดชื่นมาก    ทางตลาดมีรถม้าให้บริการนั่งชมบริเวณวัด  รวมทั้งมีม้าให้ขี่ด้วย          

    ทั้งสองวัด เราไม่ได้เข้าไปไหว้พระพุทธรูปในโบสถ์เลย    เราะสาวน้อยเดินไม่สะดวก    จึงเท่ากับเราไปชมวัด  ไม่ได้ไปไหว้พระ  

สิงห์บุรี

เราเช็กอินที่โรงแรม ไชยแสง วิลลา เวลาเที่ยงพอดี โชคดีที่ได้ห้องก่อนเวลาเช็กอินตามปกติคือบ่ายสองโมง    จึงได้กินอาหารเที่ยงในห้องเป็นไก่หมุนหมักน้ำผึ้งที่อร่อยมาก กับข้าวเหนียว    ผมเขียนบันทึก    แล้วพักผ่อนยามบ่าย    ตื่นขึ้นมาสี่โมงครึ่ง สาวน้อยถามเป็นครั้งที่สาม “วันนี้วันอะไร” ตามด้วย “ทะเลอยู่ตรงไหน”      

ผมบอกสาวน้อยว่า แถวนี้ไม่ได้อยู่ริมทะเล มีแต่แม่น้ำเจ้าพระยา     เดี๋ยวจะพานั่งรถไปเที่ยว    ห้าโมงเย็นเศษ เราก็ลงไปข้างล่าง ถามทางจากเจ้าหน้าที่โรงแรม     ซึ่งแนะให้ออกจากโรงแรมเลี้ยวขวาไปเลี้ยวขวาที่สี่แยก    ขับตรงไปก็จะพบถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา     เราทำตามก็ไปได้โดยง่ายและหาที่จอดรถง่าย      ริมถนนด้านในมีห้องแถว  ริมถนนอีกด้านหนึ่งเป็นกำแพงสูง  มีบันไดขึ้นไป     บนกำแพงเป็นที่เดินเล่นยาวไปตลอดลำน้ำช่วงนั้น    มีเสาไฟสวยงามเป็นระยะๆ     กำแพงคือเขื่อนกันน้ำท่วมนั่นเอง     ที่อ่างทองก็เห็นกำแพงกันน้ำท่วม     ผมลงไปดูก่อน แล้วชวนสาวน้อยไปเดินชม    เธอไปเห็นและถ่ายรูปกับดอกไม้ และเสาไฟสวย     เธอถามว่าไหนล่ะแม่น้ำเจ้าพระยา      ผมบอกว่าที่เห็นตรงหน้านี่แหละ    เธอถามว่าทำไมแคบนัก     ผมชวนเดินออกกำลังบนเขื่อน แต่เธอปฏิเสธ    

เธอขอให้ผมขับรถชมเมือง     จึงขับขึ้นเหนือจนไปชนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา      แล้วเลี้ยวซ้ายสองครั้งเข้าไปในเมือง     ผ่านโรงพยาบาล  และส่วนต่างๆ ของเมืองสิงห์บุรี     ผมจึงได้เข้าใจว่าเมืองสิงห์บุรีเดิมตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา    

วิจารณ์ พานิช

๑ ธ.ค. ๖๑

ห้อง ๖๑๓  โรงแรมไชยแสง วิลลา  สิงห์บุรี



1 เปรตวัดม่วง

2 เปรตอีกแบบ

3 กระทะทองแดง

4 หลวงพ่อใหญ่ อยู่ระหว่างบูรณะ

5 อนุสาวรีย์นักรบบางระจัน

6 วัดโพธิ์เก้าต้น ทำรั้วแบบป้อมค่าย

7 บรรยากาศร่มรื่น

8 ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

9 นักรบบางระจัน ตัวเรียกแขกเข้าตลาดย้อนยุค

10 อีกส่วนหนึ่งของตัวชูโรงตลาดย้อนยุค

11 ของขาย

12 ที่กิน

13 เวทีการแสดงลอยน้ำ

14 ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น

15 บนเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สิงห์บุรี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

กราบสวัสดีปีใหม่ ขอพร ท่านอาจารย์ ทั้งสองครับ

เขียนเมื่อ 

กราบสวัสดีปีใหม่ค่ะทั้งสองท่าน ชอบอ่านเรื่องสาวน้อยของอาจารย์มากค่ะ

กราบสวัสดีปีใหม่ ขอให้สาวน้อยของอาจารย์สุขภาพแข็งแรง และอาจารย์แข็งแรงเช่นกันนะคะ

หมายเลขบันทึก

659101

เขียน

03 Jan 2019 @ 19:44
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 4, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก