ลิขิต
นางสาว กรวีร์ โภคะศฤงคาร

คุณค่าการช่วยเหลือ


อย่างน้อย ขอให้หัวหน้าครอบครัว มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ผ่อนคลายจากสภาพความเครียด เพื่อจัดการปัญหาต่างๆในครอบครัว ผู้ป่วยอาจต้องการความสุขทางใจเพื่อกล่อมเกลาให้มีกำลังใจยอมรับสภาพตน คนเราไม่สามารถเลือกเวลาตายได้ แต่ได้ทำสิ่งที่ดี มีความสุขก่อนตายน่าจะดีกว่า เรื่องอื่นในการจัดการให้ครอบครัวเป็นสุขคงจะได้นึกคิดออกมากันเรื่อยๆ

              ครอบครัวสวนติดกัน มีผู้ป่วยติดเตียงหญิง วัยประมาณ ๘๐ ปี ลูกสาวรับราชการ หลานชายไปโรงเรียนมัธยมปลาย ทำให้ต้องจ้างคนเฝ้าผู้ป่วยประจำ ลูกๆที่เหลือล้วนอยู่เมืองหลวง ทำมาหากิน  หัวหน้าครอบครัว คือ ลูกสาว  เธอระบายปัญหากับผู้เขียน เมื่อมีโอกาสได้เจอกัน พอจับประเด็นได้ว่า

  • ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอกับรายได้ และเงินเก็บ 
  • ในวันหยุด อยากชวนแม่ออกเดินทางไปเที่ยว หรือ ไปพบลูกในเมืองหลวงแต่ท่านไม่ยอมไป เธอรู้สึกเครียดภาวะอารมณ์ผู้ป่วย 
  • ส่วนลูกชายถูกเลี้ยงมาแบบสบาย จึงไม่ได้ออกมาเดินในสวน 
  • ผลผลิตในสวน ก็ถูกเพื่อนบ้านซึ่งถือเป็นญาติๆกันหาประโยชน์ 

ซึ่งผู้เขียนก็บอกเธอว่าต้องจัดการค่าใช้จ่ายเหลือเฉพาะที่จำเป็น และต้องหารายได้เพิ่ม

               หลังจากเธอเจอผู้เขียนขายยอดผักที่ตลาดสดในเช้าวันเสาร์  เธออยากให้ผู้เขียนฝากเธอไปขายที่ทำงาน  ผู้เขียนเข้าใจว่าเธอต้องการความช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่ง       

               ในช่วงเย็นผู้เขียนจึงไปดูสวนกับเธอ เนื้อที่พอๆกับสวนผู้เขียน ประมาณ ๓ ไร่เศษ แต่มีต้นยอดผักมากกว่าเท่าตัว สภาพรกร้าง เพราะพ่อเธอตายไปปีเศษ ก็ไม่มีใครทำสวนให้เป็นระเบียบ    ผู้เขียนบอกให้เธอ ออกมาเดินในสวนระบายความเครียด และชวนลูกชาย มาฝึกเก็บยอดผักด้วย นำยอดผักไปขายอย่างน้อยเป็นค่าขนม ดูมีคุณค่า เป็นการออกกำลังกายด้วย  ถ้าเราไม่ออกสวนก็ย่อมมีผู้อื่นมาเก็บผลแทน

                วันอาทิตย์ ผู้เขียนกลายเป็นผู้เก็บยอดผักในสวนเธอ มีพ่อของผู้เขียนช่วยกำผักอย่างขยันขันแข็ง ไม่ยอมนอนพักกลางวัน  วันนั้นอากาศครึ้มมีฝนปรอย  ผู้เขียนนึกถึงการปีนดอยม่อนจอง สมัยวัยสาว เนื่องจากสวนเธอเป็นเนินสูง และค่อนข้างรก แสงสว่างน้อย ต้องระมัดระวังให้มาก  เสร็จงานประมาณบ่ายสอง พ่อผู้เขียนไปนอนพัก 

                 ตอนเย็นผู้เขียนส่งรูปให้เธอดู ได้ยอดผักประมาณ ๔๐ กำ จะนำไปให้เธอตอนเจ็ดโมงเช้าวันจันทร์ พร้อมนำไปขายที่ทำงาน    

ระหว่างติดต่อประสานงานกันในช่วงเย็น แม่ของเธอคงได้มีส่วนร่วมสนทนา เพราะท่านเคยเป็นแม่ค้าขายผักที่ตลาดมาก่อน และยังอยากทำงาน แต่สังขารไม่อำนวย ผู้เขียนจึงโยนคำถามไปว่า "ต่อไปท่านจะกำผักเองไหม ? แก้เบื่อ เป็นการออกกำลังกาย ยังทำไหวไหม?" เธอตกลงทันที ลูกสาวเธอดึใจที่จะมีกิจกรรมให้แม่ของเธอ

                 อย่างน้อย ขอให้หัวหน้าครอบครัว มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ผ่อนคลายจากสภาพความเครียด เพื่อจัดการปัญหาต่างๆในครอบครัว  

ผู้ป่วยอาจต้องการความสุขทางใจเพื่อกล่อมเกลาให้มีกำลังใจยอมรับสภาพตน คนเราไม่สามารถเลือกเวลาตายได้ แต่ได้ทำสิ่งที่ดี มีความสุขก่อนตายน่าจะดีกว่า  เรื่องอื่นในการจัดการให้ครอบครัวเป็นสุขคงจะได้นึกคิดออกมากันเรื่อยๆ 

                 ผู้เขียน ยังได้นำอาหารที่ปรุงเองไปฝากครอบครัวเธอด้วย

    หมายเลขบันทึก: 658889เขียนเมื่อ 22 ธันวาคม 2018 16:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 ธันวาคม 2018 16:45 น. ()สัญญาอนุญาต:


    ความเห็น (0)

    ไม่มีความเห็น

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี