…เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่งทางโทรศัพท์ ขออนุญาตใช้ชื่อสมมติว่า คุณซี 

     ก่อนหน้านี้ดิฉันได้รู้จักกับคุณซี ทราบว่า คุณซีอยู่ในวัยทำงานและเป็นคนที่ แข็งแรง มาตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณซีได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีและพบว่าร่างกายของเธอไม่แข็งแรงเหมือนเดิมอีกต่อไป เธอรู้สึกเครียดและเป็นกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองมาก ไม่รู้สึกอยากอาหารและ หน้าตาของคุณซีก็ดูไม่สดใส 

     เมื่อดิฉันได้ต่อสายไปหาเธอพบว่าเสียงของเธอดูสดใสเหมือนช่วงที่เธอยังไม่ทราบว่าร่างกายของเธอไม่แข็งแรง ดิฉันจึงได้สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพของเธอ เธอกล่าวว่า ตอนนี้สุขภาพร่างกายของเธอยังไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่สุขภาพจิตใจของเธอดีขึ้นเหมือนก่อนแล้ว ดิฉันจึงได้สอบถามเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขและผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาได้อย่างไร คุณซีกล่าวว่า เธอได้ไปที่วัดแห่งหนึ่งและได้ฟังพระเทศน์ จึงได้ตระหนักว่าร่างกายคนเรามีการเสื่อมลงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีทางใดที่จะทำให้ร่างกายของคนเราดีได้ไปจนจบชีวิต มีเพียงการรักษาดูแลให้ไม่ให้เสื่อมลงไวกว่าเดิมเท่านั้น เธอจึงได้ย้อนไปคิดว่าช่วงที่ผ่านมา แม้ร่างกายเธอจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เธอละเลยซึ่งการดูแลตนเองไป ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารตามใจปาก ไม่ออกกำลังกาย และนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อเธอกลับมาที่บ้านจึงได้เริ่มเปลี่ยนแปลงตารางชีวิตของตน ด้วยการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพอ เมื่อเธอปรับเปลี่ยนตารางชีวิตก็พบว่า เธอรู้สึกปลอดโปร่งกว่าแต่ก่อน รู้สึกสบายที่ร่างกายและจิตใจ

     หลังจากพูดคุยกับคุณซีจบ ดิฉันจึงได้ย้อนคิดว่า การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำไปพร้อมๆกัน เมื่อสภาพจิตดีก็จะส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายดี และเมื่อสภาพร่างกายดีก็จะส่งเสริมให้สุขภาพจิตดีเช่นกัน

นางสาวสิริบงกช บุญแนน

นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 3