
..มวย คือ ความเป็นหนึ่งเดียว..
..คนปัจจุบัน รู้จัก มวยไทย เพียงแค่เป็น กีฬา การต่อสู้ ชก เตะ ต่อย..
..ส่วนนี้เป็นโทษมากกว่าประโยชน์..ซึ่งต่างกับ ต้นทางของการกำเนิดศิลปะมวยไทย..
..สันนิษฐานว่า การถ่ายทอดวิชา รำหมัด รำมวย ต้องอาศัยความเข้าใจ เรื่องจิต ซึ่งเป็นนามธรรม..
และ ครู ต้องเลือกสอนเฉพาะศิษย์ที่เหมาะสมซึ่งเป็นส่วนน้อยที่ได้รับการถ่ายทอดไว้..
..ทีนี้ คนไทย ส่วนใหญ่มีนิสัย เอาง่ายเข้าว่า..ดังนั้นศิษย์ ที่เข้าใจลึกซึ้ง จึงมีลดน้อยลง..
..ประกอบกับ คนที่มิใช่ศิษย์ อาศัยวิชาครูพักลักจำจากที่ได้เห็นใน การประลองแข่งขัน ..
..จึงได้เฉพาะรูปแบบ ที่เห็น คือท่าแม่ไม้ ลูกไม้ และท่ารำผิวเผิน..
..และจากบันทึกที่ ร.3 ทรงโปรดเกล้าให้ อาลักษณ์รวบรวมจารึกไว้ที่วัดโพธิ์..
..โดยไม่เข้าใจต้นทางวิธีฝึกจิต และการหายใจ เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่ง..
..สุดท้าย เลยเหลือแต่ การชกเตะต่อย และการไหว้ครู นิดหน่อยพอเป็นพิธี..
..อีกทั้งเข้าสู่ยุคสมัยที่เกิดความเชื่อว่า อารยะธรรม ของชาวตะวันตก ดีกว่า ชาวตะวันออก..
..ยิ่งทำให้เกิดการเทียบเคียง รูปแบบ ตามอย่างฝรั่ง..
..ผู้ที่ไม่เข้าใจถ่องแท้ในศิลปะศาสตร์ของไทย จึงมักเอาอย่างชาวตะวันตก..
แล้วนำมาประยุกต์เข้ากับการฝึกมวยไทย เฉพาะที่คิดว่า พิสูจน์ได้ ทางกายภาพ เป็นรูปธรรม..
..ทอดทิ้งการศึกษา ค้นคว้า วิธีการเดิม ซึ่งเน้นการเข้าถึง นามธรรม อันปฏิบัติได้ยาก ทั้งไม่สามารถพิสูจน์ได้ง่าย..
..จึงพากันหาว่า วิธีการเก่าๆเป็นเรื่อง งมงาย ลึกลับ เชื่อถือไม่ได้..
..องค์ความรู้สำคัญในส่วนนี้ จึงค่อยๆสูญสิ้นไป พร้อมกับ บรมครูบุรพาจารย์..
..ยิ่งสมัยนี้ กิจการชกมวยไทยถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ได้รับความนิยมมากขึ้น..
..เวลาต้องใช้ในการโฆษณาของผู้สปอนเซอร์ ยิ่งทำให้การไหว้ครูถูกบังคับให้ตัดทอนลง..
..ผู้คนก็เลยขาดการศึกษาในเรื่องนี้กันโดยทั่วไป..น่าเสียดายแท้!!..