อาลัย รศ. ดร. มรว. อคินรพีพัฒน์
ยอดนักมานุษยวิทยาสังคมแห่งยุค
วิจารณ์ พานิช
อดีตผู้อำนวยการ สกว.
...................
ผมเคยเขียนยกย่อง รศ. ร.ต.อ. ดร. มรว. อคิน รพีพัฒน์ ไว้ใน บล็อก GotoKnow ในหัวข้อคนดีวันละคน ที่ https://www.gotoknow.org/posts/348202 และเคยเขียนถึงข้อเสนอทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่เสนอโดย รศ. ดร. มรว. อคิน รพีพัฒน์ ที่เสนอแนวทาง สภาประชาชน ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ เมื่อ๙ ปีที่แล้ว อ่านได้ตามลิ้งค์ที่ระบุไว้ในบันทึก https://www.gotoknow.org/posts/361036
ผมเรียกท่านว่า “อาจารย์อคิน” และชอบฟังท่านอภิปรายหรือตอบคำถามเรื่องต่างๆ ในสังคม ด้วยทำนองเนิบๆ ที่มักเริ่มต้นด้วยการ “เล่านิทาน” ซึ่งเดี๋ยวนี้เราเรียกว่า “เล่าเรื่อง” (storytelling) ซึ่งผมตีความว่าเป็นการบอกโดยนัยว่าเรื่องนั้นมีความซับซ้อน มีหลากหลายองค์ประกอบผูกโยงเข้าด้วยกัน และเรื่องที่ท่านเล่ามักเป็นเรื่องของสามัญชนคนธรรมดา รวมความแล้วคำตอบของท่านมักไม่ตอบคำถามตรงๆ แต่ชี้ให้เห็นว่า เรื่องนั้นๆมองได้หลายมุม มีความซับซ้อน (complexity) อยู่ในตัว โดยท่านมักไม่เอ่ยถึงหลักการเลย เอ่ยถึงเรื่องราวเป็นหลัก
ท่านเป็นต้นแบบของผมในด้านการเป็นคนที่สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อเทียบชาติวุฒิและวัยวุฒิกันแล้วท่านสูงส่งกว่าผมมากมาย แต่เมื่อพบกันทีไร ท่านจะชิงไหว้ก่อนทุกครั้ง หลังจากคุ้นเคยกับท่านแล้วผมเป็นคนมืออ่อนขึ้นมากทีเดียว และได้พบว่าการทำตนเช่นนี้ ให้คุณต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่ง
ท่านมีกำเนิดในราชสกุลเติบโตมาในหมู่ชนชั้นสูง ผมจึงแปลกใจมากที่ท่านยึดถือมาตรฐานชีวิตแบบชาวบ้านธรรมดา ครั้งหนึ่งกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ท่านได้รับเชิญไปทำงานในสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ท่านมาเล่าให้ผมฟังว่า “เขาให้เงินเดือนผมตั้ง.... หมื่นแน่ะ อาจารย์หมอ” และในอีกตอนหนึ่งท่านบอกว่า “ผมตกใจมาก ที่คนที่นั่นนั่งรถคันโตๆ บางคนนั่งรถเบ๊นซ์” ทำให้ผมเข้าใจว่า มาตรฐานชีวิตนักวิจัยในมุมมองของท่านคือความเป็นอยู่เรียบง่ายไม่หรูหรา โดยท่านดำรงชีวิตในลักษณะนั้น
ผมเริ่มรู้จักศาสตร์ด้าน“มานุษยวิทยา” เมื่อมาทำงานที่ สกว. เริ่มต้นปี พ.ศ.๒๕๓๖ และได้รู้ว่า อาจารย์อคินเป็น “มือหนึ่ง” คนหนึ่ง ของวงการมานุษยวิทยาและวงการสังคมศาสตร์ไทย และได้รับการยกย่องไปถึงต่างประเทศ
หากค้นใน eLibraryของ สกว. จะพบรายงานผลการวิจัย ๓ เรื่องที่ http://elibrary.trf.or.th/search_ab4.asp ซึ่งทั้งสามเรื่องได้รับทุนวิจัยในสมัยที่ผมเป็นผู้อำนวยการสกว. ทั้งสิ้น
หากเข้าไปอ่านผลงานวิจัยเรื่องแรกครอบครัวและเครือญาติไทย : อดีต ปัจจุบัน อนาคต http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG3810001 จะพบว่าเป็นรายงานการประชุมตั้งโจทย์วิจัย หากเข้าไปอ่านนอกจากจะได้เห็น “ตัวตน” ของท่านอาจารย์อคินแล้ว ยังจะได้เห็นวิธีการที่สกว. ในสมัยนั้นคิดขึ้นมาใช้จัดการงานวิจัยในขั้นตอนของการตั้งโจทย์วิจัย
รายงานการศึกษาโครงการวิจัยและปฏิบัติการ วิวัฒนาการชุมชนแออัดและองค์กรชุมชนแออัดในเมือง http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4140002 ถือเป็นผลงานคลาสสิคที่ชี้ให้เห็นว่า ชุมชนแออัดแต่ละที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน และ รายงานการศึกษา โครงการวิจัยและปฏิบัติการ วิวัฒนาการชุมชนแออัดและองค์กรชุมชนแออัดในเมืองระยะที่ ๒ และระยะที่ ๓ http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4240008 อ่านแล้วจะเห็นภาพสะท้อนความสุขุมลุ่มลึกของท่านอาจารย์อคิน
เมื่อนึกถึงอาจารย์อคินเราจะนึกถึงคนจนและสลัม แต่จะเข้าถึงแก่นแท้ของท่าน ยามชีวิตของท่านหาไม่แล้วต้องอ่านหนังสือหรือบทความวิชาการที่ท่านเขียน และผมคิดว่าหนังสือ ชีวิตและจุดจบของสลัมกรุงเทพแห่งหนึ่ง เป็นเพชรเม็ดงามที่สุดในผลงานวิชาการด้านมานุษยวิทยาสังคมของท่าน
ท่านอาจารย์อคินป่วยเป็นโรคเบาหวานนอนติดเตียงและเป็นแผลกดทับ อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รับการดูแลอย่างดี จนถึงแก่กรรมที่นั่น
โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นอัน ยัง อยู่ไซร้
คนเด็ดดับ สัง- ขารร่าง
เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี
(โคลงโลกนิติ์)
ชีวิตของท่านอาจารย์อคินดับสูญ แต่คุณงามความดีด้านความเป็นนักวิชาการเพื่อคนจนของท่านจะจากรึกอยู่ในวงวิชาการไทย
วิจารณ์พานิช
๑๑ธันวาคม ๒๕๖๑
ขอชื่นชมคนดีของสังคมค่ะ ขอให้ท่านไปสู่สุขคตินะคะ
ช่วงหนึ่งในสมัยเป็นนักศึกษา โชคดีในชีวิตมีโอกาสได้ทำงานกับทีมงานของท่านอาจารย์อคิน ในฐานะผู้ช่วยนักวิจัย ในแหล่งเสื่อมโทรมบริเวณท่าเรือคลองเตย ท่านอาจารย์อคินเป็นเจ้าที่เข้าใจคนระดับล่างมากที่สุดท่านหนึ่ง