นิเทศนิสิตฝึกสอน_๐๕: โรงเรียนกมลาไสย ครั้งที่ ๓

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๑ ทำหน้าที่ "อาจารย์" กับการนิเทศนิสิตฝึกสอน ๒ คนที่โรงเรียนกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เป็นครั้งที่ ๓ (อ่านครั้งที่ ๑ ที่นี่ และครั้งที่ ๒ ที่นี่)  ผม AAR ว่า นิสิตมีพัฒนาการด้านการ "เป็นครู" เพิ่มขึ้นทุกด้าน ดังจะพรรณาว่าต่อไปนี้

คนที่ ๑ 

หน่วยการเรียนรู้: พลังงานความรู้ เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร ผู้สอนคือ นางสาวเจตนาพร บุญเติม ระยะเวลา ๒ ชั่วโมง

จุดเด่น

  • การเลือกสื่อ ทั้งสื่อที่ใช้นำสู่บทเรียนที่เป็นคลิปวีดีโอและสื่อพาวเวอร์พอยท์ที่ใช้ในการดำเนินกระบวนการสอน ... ลองชมสื่อด้านล่างนี้ที่ใช้ในการนำเข้าสู่บทเรียน 

    • เป็นสื่อที่ตรงประเด็นกับเนื้อหาที่ต้องการจะสอนมาก ๆ 
    • เป็นสื่อที่ใกล้ตัว เป็นเรื่องในชีวิตจริง เป็นเหตุการณ์ปัญหา ที่สามารถอธิบายได้โดยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะเรียน
    • เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนทั่วไปในสังคม ... สามารถบูรณาการสอนได้มากมายทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ ... ครูที่ดีจะ "สอนคน" ไม่ใช่ "สอนวิชา" ดังนั้น การเชื่อมโยงชีวิตเข้าสู่ห้องเรียนเป็นเรื่องจำเป็น 
  • การควบคุมหรือจัดการชั้นเรียนทำได้ดีขึ้นมาก ทำให้บรรยายกาศในชั้นเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้มากขึ้นมากทั้งด้านปริมาณนักเรียนที่สนใจเรียนและคุณภาพการเรียนที่แสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ที่แสดงการได้ฝึกคิด ฝึกทำ 
  • การเตรียมสอนทำได้ดีขึ้น ทั้งแผนการสอน การสอนดำเนินการตามแผน 
  • มีการสร้างเงื่อนไขของชั้นเรียนบ้างแล้ว มีการให้นักเรียนที่มาสายยืนรอ และทำกิจกรรมเพื่อให้ทบทวนถึงการทำผิดกติกาของตนเอง และตั้งใจจะไม่ทำอีก

จุดที่ควรพัฒนา

  • ต้องมีการสร้างเงื่อนไขของชั้นเรียนให้ชัดเจนขึ้นอีก และรักษาเงือนไขนั้นอย่างเคร่งครัด เป็นกติกา เช่น สำหรับคนมาสาย สำหรับคนไม่ส่งงาน  ฯลฯ
  • ควรมีการเน้นย้ำ (บ่อย ซ้ำ ย้ำ ทวน) และเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้กับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ๔ ขั้นตอน คือ ตั้งปัญหา ตั้งสมมติฐาน พิสูจน์สมมติฐาน และสรุปอภิปรายผลเสมอ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ทุกครั้งที่สอน โดยเฉพาะการสอนที่มีกิจกรรมการทดลอง (ดังเช่นวันนี้)
  • "ใช้ไมค์ให้เป็นประโยชน์" ดีมากแล้วที่นำไมค์มาแก้ปัญหาเรื่องเสียงของผู้สอน แต่คำแนะนำของอาจารย์เรื่องการใช้ "กระบวนการกลุ่ม" ในการนิเทศครั้งที่ ๑ ยังไม่ได้พัฒนามากนัก ขอเรียกว่า "ไมค์ช่วยครู" ไม่ใช่ "ไมค์ช่วยเด็ก" ให้ได้เรียนรู้มากขึ้น  ตัวอย่างการใช้ไมค์ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนมากขึ้น ทำได้ดังนี้ 
    • ใช้ "กระบวนการกลุ่ม" สร้างการมีส่วนร่วมและฝึกการทำงานเป็นทีม โดยให้คัดเลือกหัวหน้ากลุ่ม โฆษก ฯลฯ  และมอบหมายหน้าที่ว่า ใครต้องทำอะไรในกิจกรรมนี้ เช่น 
      • หัวหน้ากลุ่มให้มอบหมายงานให้สมาชิกแต่ละคน 
      • โฆษก ต้องเป็นผู้นำเสนอคำตอบหรือความคิดเห็นของกลุ่ม 
      • ฯลฯ
    • มอบหมายงานย่อย ๆ ทีละขั้น ๆ  ให้แต่ละกลุ่มระดมสมอง ช่วยกันหาคำตอบ  แล้วเวียนให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ โดยใช้ไมค์ 
    • ฯลฯ 
  • "ต้องไม่เฉลยเร็ว" ในการสอนคราวนี้ ยังไม่สามารถเรียกได้ว่า "นักเรียนเป็นศูนย์กลาง" ยังคงเป็น "ครูเป็นศูนย์กลาง" ของกิจกรรมการเรียนการสอน  เพราะผู้สอนตั้งคำถามและเฉลยคำถามนั้นโดยไม่ได้ให้เวลาผู้เรียนสร้างการเรียนรู้หรือสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ... อย่าลืมว่า หลักการที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วคือ ผู้เรียนจะได้เรียนเมื่อเขาได้คิดหรือทำด้วยตนเองเท่านั้น (constructivsm)
คนที่ ๒

หน่วยการเรียนรู้: ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ระยะเวลา ๒ ช.ม. ผู้สอนคือนายฌานุพงษ์ สมสวย 


จุดเด่น
  • การดูแลและปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนในกลุ่มย่อย ในช่วงที่เปิดโอกาสให้นักเรียนสร้างการเรียนรู้เองครูตั้งคำถามกับนักเรียนรายบุคคลในกลุ่ม และเปิดโอกาสให้นักเรียนถาม ทำได้ดีครับ ทำต่อไป 
  • การเลือกใช้สื่อดีครับ (แต่ยังไม่ดีที่สุด ดีกว่านี้ได้อีก) การสอนวิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะมากในยุคนี้ เพราะมีสื่อวีดีโอ  ครูวิทยาศาสตร์ควรมีหลักปฏิบัติในการเลือกสื่อดังนี้  (ให้ศึกษาปิรามิดการเรียนรู้)
    • หัวเรื่องนั้น ให้นักเรียนทดลอง สัมผัสของจริงได้หรือไม่  หากได้และเหมาะสม มีเวลา มีอุปกรณ์...จงทำเถิด
    • หากไม่เหมาะสม หัวเรื่องนั้น สามารถให้นักเรียนเห็นและได้ยินเสียงจากคลิปวีดีโอได้หรือไม่....หากได้จงค้นหาสื่อนั้น 
    • หากการทดลองไม่เหมาะสม ไม่มีคลิปจริง หัวเรื่องนั้น มีคลิป 3D หรือ Animation หรือ  AR (Argument Reality) หรือคลิปจำลองสถานการณ์จริง....หากมีจงเลือกสื่อนั้น 
    • หากการทดลองไม่เหมาะสม ไม่มีคลิปจริง ไม่มีคลิปจำลองสถานการณ์ ค่อยค้นหาภาพนิ่ง หรือภาพวาด ที่ใกล้เคียงกับของจริงที่สุด 
  • การจัดการชั้นเรียนตามแผนที่กำหนด 
  • การพูด บุคลิกภาพ ภาษา  
จุดที่ควรพัฒนา
  • ให้เน้นวิธีการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เสมอ เหมือนกับที่กล่าวไปข้างต้น
  • การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ อันเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นที่สุดสำหรับครู ยังต้องพัฒนาอีก การสอนวันนี้ที่ เปิดสื่อให้ดู ให้สืบค้น และให้นำเสนอ แม้จะครบถ้วนตามกระบวนการ 5E ที่ผู้สอนกำหนด แต่ยังขาดความสุข สนุกสนาน ท้าทายให้เรียนรู้หรือหาคำตอบ ...ผู้สอนต้องค้นหาหรือคิดค้น ให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น 
    • เชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริงในชีวิต ใกล้ตัว ซึ่งทำได้ง่ายเพราะเรื่องระบบย่อยอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่แล้ว โดยใช้หลักการเลือกสื่อดังที่ได้กล่าวไป  ... แต่ต้องระลึกเสมอว่า วิทยาศาสตร์เป็น "ศาสตร์สากล" (เหมือนกันทั่วโลก) ดังนั้นควรใช้ภาษาสากลในการสืบค้น ... จงใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้นเสมอครับ 


    • ขอแนะนำให้พัฒนาพัฒนาตนเองให้สามารถ ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอเป็น ตัดแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอเป็น และจะดีมากถ้าสร้างอนิเมชั่นเป็น ครับ 
  • การจัดการเรียนการสอน ควรเน้นไปทาง Acgtive Learning (Creative Learning หรือ Constructive Learning) คือเน้นการสร้างองค์ความรู้ในผู้เรียน  ไม่ใช่ให้ผู้เรียน "เสพความรู้" หรือ Passive Learning  ดังแสดงในปิรามิดการเรียนรู้นี้ 
(ขอแก้ไขคำผิด จาก Averate เป็น Average ครับ รูปนี้วาดไว้นานมากแล้วที่นี่)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทสังเคราะห์จาก อ.ต๋อย



ความเห็น (0)