เพิ่งกลับจากไปปฏิบัติธรรมหลักสูตรระยะสั้น สำหรับศิษย์เก่าที่เคยผ่านอบรมหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐาน 10 วัน กันมาแล้ว
เที่ยวนี้มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดประมาณ 70 คน เป็นหญิงประมาณ 55 ชาย 15 เหมือนกับทุกๆรุ่น คงเหมือนที่ผมเขียนไว้ในนวนิยาย "รักที่หลุดพ้น" ที่มีคนถามว่า "ผู้ชายไปไหนกันหมด" แล้วมีคนตอบติดตลกว่า "คงไปอยู่นรกกันหมดมั๊ง"
อายุคนเข้าอบรมก็ตั้งแต่ 20 กว่าปี ไปจนถึง 80 ปี เป็นการบังเอิญมากที่อาจารย์ซึ่งให้การอบรมครั้งนี้เป็นท่านเดียวกับที่ผมเคยอบรมเมื่อ 8 ปีก่อน เมื่อมีโอกาสเหมาะ ผมได้ไปกราบขอบคุณท่านและรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติของตนให้ท่านทราบ อาจารย์ท่านส่งพลังแห่งความเมตตามาให้ผมรับรู้ได้ และท่านได้ให้คำแนะนำที่ดี ขอให้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
ผมมีเหตุการณ์แปลกใหม่ที่เจอในการอบรมครั้งนี้อยากมาเล่าแลกเปลี่ยนกันสัก 3 เรื่องครับ
เรื่องแรก มีผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างเล็กๆ อายุน่าจะ 40 กว่าๆ มานั่งปฏิบัติอยู่ด้านหลังต่อจากผม เราต่างคนต่างนั่งไม่สนใจกัน แต่ก็รับรู้ว่าเขานั่งนิ่งมาก (ผมก็นั่งนิ่งนะ) ที่รู้เพราะตลอดทุกชั่วโมงไม่ได้ยินเสียงเขาเปลี่ยนท่านั่งเลย
หลังเสร็จสิ้นการอบรม อาจารย์เปิดโอกาสให้พูดคุยกันได้ เสียงธรรมบริกรเรียกเขาว่าคุณหมอ ผมเหลือบไปดูรายชื่อในทะเบียนผู้เข้ารับการอบรม เห็นชื่อ ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ มีโอกาสได้คุยกันในช่วงหนึ่ง ผมถามเขาว่า "อยู่โรงพยาบาลไหน" เขาก็บอกว่า "โรงพยาบาลธรรมศาสตร์คลองหลวง"
ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องชีวิตส่วนตัวอะไรของเขาหรอก เพราะไปอบรมทุกครั้งก็เจอผู้หลักผู้ใหญ่ ในหลายวงการอาชีพมาอบรมมากมาย เคยเจออาจารย์หมอที่ศิริราชและที่อื่นๆบ่อยๆ เราต่างก็มาอบรมเหมือนกัน จบการอบรมก็พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการปฏิบัติกันแบบธรรมดาๆ
หมออนุชาถามเรื่องข้อมูลศูนย์ปฏิบัติธรรมอื่นๆที่เคยไปกันมา เราก็คุยแนะนำกันไป ผมอดถามท่านไม่ได้ว่า
"หมอมีเวลาไปอบรมหลายๆวันเหรอ" เขาตอบผมกลับมาว่า
"หากเราเห็นว่าความสุขที่แท้จริงเป็นความจำเป็นสำหรับชีวิต เราย่อมจัดสรรเวลาได้เสมอ"
พอกลับมาถึงบ้านผมลองเปิดกลูเกิล พิมพ์ชื่อหมออนุชาไป ก็พบข้อความที่ไม่น่าเชื่อ สำหรับ ผู้ชายธรรมดาๆคนนี้ว่า
" มือปราบเชื้อโรค!!! ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ หมอไทยคนแรกคว้ารางวัลแพทย์ดีเด่นระดับโลก"
