ผมเล่าเรื่องสาวน้อยต้องเข้าโรงพยาบาลระหว่างวันที่ ๗ -๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่ (๑) มีคนเข้ามาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
เมื่อออกจากโรงพยาบาล เย็นวันที่ ๙ พฤศจิกายน หมอให้ใบนัดให้ไปตรวจเพื่อติดตามผล ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ซึ่งผมมีงานที่นัดไว้ ๒ เรื่อง ทั้งเช้าและบ่าย หลังจากพยายามหาทางที่จะทั้งดูแลสาวน้อย และไปทำหน้าที่วิทยากรตามนัด แต่ไม่สำเร็จ ผมก็ยอมแพ้ ขอยกเลิกงานวิทยากรอภิปรายกลุ่ม ในงานเปิดตัวหนังสือการบริหารจัดการงานวิจัย ๓ เล่ม ของ สกว. และงานอื่นในตอนบ่าย เพื่อใช้เวลาทั้งวันทำหน้าที่ care giver ให้แก่สาวน้อย เมื่อบอกการตัดสินใจนี้ เธอก็มีอารมณ์ผ่อนคลายทันที
ตามปกติ เมื่อจะไปหาหมอโรคสมอง (รศ. นพ. ยงชัย นิละนนท์) ที่ศิริราช เราจะมีคุณมิ้ว (อริสา โพธิชัยสาร) ผู้ประสานงานวิจัยของหน่วย R2R ช่วยไปจัดการขั้นตอนต่างๆ ให้ แต่คราวนี้มิ้วติดไปเข้ารับการอบรม จึงฝากให้คุณเค้กช่วย standby เผื่อเราต้องการความช่วยเหลือ โดยผมบอกว่า ผมจัดการขั้นตอนต่างๆ ได้
เช้าวันที่ ๑๔ มิ้วผู้มีอัธยาศัย ก็อีเมล์บอกขั้นตอนต่างๆ มาให้ โดยที่เดิมผมไม่ได้สนใจขั้นตอนเหล่านี้เลย เพราะมิ้วจัดการให้หมด เราไปนั่งรอเฉยๆ คราวนี้ต้องช่วยตัวเอง ได้เรียนรู้มาก บันทึกนี้จะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ และให้เห็นว่าคนสมองเสื่อมมีสภาพอย่างไร
ผมบอกสาวน้อยว่า เราจะออกจากบ้านเวลา ๖.๓๐ น. เวลา ๖.๒๐ น. ผมแต่งตัวเสร็จและลงไปข้างล่าง สาวน้อยถามว่าจะไปแล้วหรือ ต้อง (ลูกสาวคนที่สอง) มาหรือยัง แสดงว่า ข้อมูลที่ผมบอกว่า เราจะไปกันสองคนไม่เข้าหัวเธอเลย และขณะนั้นเธอยังไม่ได้แต่งตัว
โชคดีที่เธอเป็นคนแต่งตัวเร็ว เราจึงออกจากบ้านเวลา ๖.๔๕ น. ระหว่างทางเธอค้นหาบัตรประจำตัวประชาชน แล้วบอกว่าหาไม่พบ ให้โทรศัพท์ถามต้อง เมื่อโทรศัพท์ไป ต้องตอบว่าอยู่ในกระเป๋าพับเล็กๆ ที่อยู่ในกระเป๋าสีดำที่แม่ถืออยู่บ่อยๆ แล้วต้องก็ไปที่บ้าน และบอกว่าบัตรประจำตัวประชาชนของแม่อยู่ที่บ้านในกระเป๋านั้น ผมจึงรู้ว่า วันนี้เธอถือกระเป๋าถือที่เป็นทางการ ไม่ใช่กระเป๋าลำลองที่ใช้ประจำ และลืมเอาบัตรประจำตัวประชาชนใส่อีกกระเป๋าหนึ่งที่จะถือไปโรงพยาบาล
ในอีเมล์ของมิ้วบอกว่า ตอนไปพบหมอตามนัดเวลา ๑๑.๓๐ น. ต้องเอาบัตรประชาชนสอดที่เครื่องนัดที่ชั้น ๑ เพื่อลงทะเบียนจ่ายตรง และรับใบนัด
ไปถึงอาคารหอพักพยาบาลและอาคารจอดรถ ที่ส่วนหนึ่งเป็นหน่วยล้างไต และหน่วยเจาะเลือดส่งตรวจ เวลา ๘.๐๒ น. เข้าห้องน้ำ และส่งใบสั่งเจาะเลือดเสร็จ เรานั่งรอ ผมสังเกตว่า ผู้ที่ต้องการจ่ายตรงต้องเอาบัตรประชาชนสอดที่เครื่องเพื่อได้หลักฐานการจ่ายตรง (สิทธิข้าราชการบำนาญ) เอาไปแสดงตอนเขาเรียกให้ไปจ่ายเงิน ซึ่งจะต้องจ่ายส่วนต่าง ก็ตัดสินใจว่ายอมจ่ายเงินสดค่าตรวจเลือดไปก่อน ค่อยหาทางเบิกคืนทีหลัง แต่ต้องให้คุณหมี โชเฟอร์ประจำตัว กลับไปเอาบัตรประชาชนที่บ้าน หลังจากเจาะเลือดเสร็จ และไปส่งเราที่โรงพยาบาลปิยะมหาราชการุณย์แล้ว เพราะต้องใช้บัตรประชาชนเป็นใบเบิกทางสู่การตรวจ และการรับยาผ่านการเบิกจ่ายตรง
ระหว่างนั่งรอให้เจ้าหน้าที่เรียกไปจ่ายเงิน care giver กิตติมศักดิ์ ได้โอกาสสังเกตความเป็นไปที่คลินิกเจาะเลือด และที่คลินิกล้างไตซึ่งอยู่ติดกัน บรรยากาศเป็นดินแดนผู้สูงอายุ ผมประมาณว่าผู้ไปเจาะเลือดและไปนั่งรอล้างไตกว่าร้อยละ ๙๐ เป็นผู้สูงอายุ ประมาณร้อยละสิบ เมื่อลงจากรถต้องนั่งรถเข็น คนหนุ่มสาวหรือยังไม่สูงอายุมักเป็น care giver อย่างผม แต่บางคนเห็นชัดว่าเป็นผู้สูงอายุแต่เดินเหินคล่องแคล่วก็พอมีนะครับ
ระหว่างนั่งรอ สาวน้อยถามผมว่าวันนี้วันที่เท่าไร เป็นอาการของ dementia
รออยู่กว่าครึ่งชั่วโมง เขาจึงเรียกชื่อ คุณอมรา พานิช ผมไปยื่นบัตรผู้ป่วยแทนที่จะยื่นใบแสดงสิทธิจ่ายตรง และบอกว่าผู้ป่วยลืมบัตรประจำตัวประชาชนไว้ที่บ้าน เขาบอกว่าจ่ายเงินสดไปก่อนแล้วค่อยไปเบิกทีหลังได้ จ่ายเงินสดไป ๕๔๕ บาท เบิกได้ ๔๓๕ บาท ส่วนที่เบิกไม่ได้เป็นค่าห้องปฏิบัติการ ส่วนที่เบิกได้เป็นค่าแล็บพยาธิวิทยาคลินิก ๑๐ รายการ เราได้รับกระบอกใส่หลอดแก้วสำหรับใส่เลือดสองหลอด (มีจุกยาง) พร้อมกระดาษบอกรายการส่งตรวจ และบัตรคิวที่ ๕๐ แล้วนั่งรอ
รออีกเกือบครึ่งชั่วโมงที่นั่งรอในห้องเจาะเลือดว่างผมจึงชวนสาวน้อยไปนั่ง เจาะเลือดเสร็จเมื่อเวลา ๙.๑๐ น. เราใช้เวลาราวๆ ๑ ชั่วโมงก็เจาะเลือดเสร็จ ในห้องเจาะเลือดมีเจ้าหน้าที่เจาะเลือด ๒ คน เป็นพยาบาลทั้งคู่ แต่ละคนทำงานคนเดียว มีเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งคอยช่วยเรียกคนมาเจาะเลือดตามคิว ห้องรอและห้องเจาะเลือดมีเครื่องปรับอากาศอย่างดี
เรียกคุณหมีมาพาเราไปที่โรงพยาบาลปิยะมหาราชการุณย์ แล้วคุณหมีขับรถกลับบ้านผม ไปเอาบัตรประชาชนของสาวน้อย
ที่โรงพยาบาลปิยะมหาราชการุณย์มีนิทรรศการและการจัดงานเนื่องในวันเบาหวานโลก เอิกเกริกทีเดียว เราไปนั่งที่โซฟา (รอเวลา) สักครู่ก็มีพยาบาลเกือบสิบคนเดินมาทักทายว่าอาจารย์มาทำอะไร มีอะไรให้ช่วยไหม เขาจำผมได้ โอภาปราศรัยกันสักครู่เขาก็กลับไปทำหน้าที่วันเบาหวานโลกตามเดิม เพราะรู้ว่าเราแค่ไปนั่งพักรอเวลาตรวจที่อาคารศูนย์โรคหัวใจ เหล่าพยาบาลเขาบอกว่า “อ๋อ! อาจารย์มาทำหน้าที่ care giver”
สาวน้อยอยากได้ของกินนิดๆ หน่อยๆ และผมก็อยากกินกาแฟเจ้าประจำเวลาไปที่นั่น เราก็ได้กินสมใจ
ได้เวลา ๑๐.๓๐ น. เราก็ลงไปที่ศูนย์อาหาร กินก๋วยเตี๋ยว แล้วคุณหมีก็เอาบัตรประชาชนมาให้และรับไปส่งที่หน้าตึก ๘๔ ปี ให้เราเดินไปที่อาคารศูนย์โรคหัวใจ ผมเอาบัตรประชาชนของสาวน้อยไปสอดที่เครื่อง ได้หลักฐานการจ่ายตรงกรมบัญชีกลางมา ตามที่คุณมิ้วแนะนำไว้ ขึ้นไปชั้น ๔ เอาใบนัดยื่นแล้วสาวน้อยไปวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก แล้วนั่งรอตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. โดยเวลานัดคือ ๑๒.๐๐ น.
ไม่ถึงบ่ายโมงก็ถึงคิวสาวน้อย หมอบอกว่าผลเลือดลดลงเหมือนเดิมแล้ว แต่ความดันสูง (๑๔๖/๙๖) จะลองปรับยาความดันใหม่โดยงดยาความดันทั้งหมด ๔ สัปดาห์ไปดูใหม่
ผมขอให้หมอช่วยเขียนสั่งเจาะเลือดชุดใหญ่ให้ผม ไปเจาะวันที่ ๑๒ ธันวาคมพร้อมกันกับสาวน้อย เนื่องจากไม่ได้เจาะมาหลายปี และในช่วงสองสามสัปดาห์นี้ผมกินยาสมุนไพรช่วยลดอาการปัสสาวะขัดจากต่อมลูกหมากโต ปัสสาวะคล่องขึ้นมาก อยากตรวจเลือดให้แน่ใจว่ายาสมุนไพรไม่ก่อผลข้างเคียง
ผมถาม อ. หมอยงชัยว่า โรคที่สาวน้อยเป็นถือเป็น strokeไหม ได้คำตอบว่า เป็น silent stroke ซึ่งพบมากกว่า strokeที่อาการชัด ๖ เท่า เมื่อวันที่ ๗ ผมถามท่านว่า งานวิจัยที่ท่านทำร่วมกับแคนาดาเป็นเรื่องอะไร ได้คำตอบว่า เรื่อง stroke ที่มีอาการเฉพาะที่ตา ทำให้คนไข้หลงไปหาหมอตา แทนที่จะได้รับการรักษาทางสมองที่เป็นต้นเหตุ โลกนี้มีอะไรๆ ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนะครับ
เรารออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้รับยาครบ โดยจ่ายค่าบริการจัดยา ๔๐ บาทเหมือนเคย นอกนั้นเบิกตรงที่กรมบัญชีกลาง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ พ.ย. ๖๑
เป็นกำลังใจให้ท่านอาจารย์และอาจารย์อมราครับ
บัตรประชาชนสำคัญมากค่ะเวลาไปรพ.ขาดไม่ได้เลย ต่อไปคงต้องช่วยสาวน้อยจัดเก็บเอกสารสำคัญแล้วนะคะอาจารย์ อาจารย์ดูแลสาวน้อยดีจังเลยนะคะน่าชื่นชมมากค่ะ
(Physical) Id card check is outdated and gives far too high importance to a piece of paper instead of the health condition of the person requiring treatments. Is it not time to have e-health-record with e-id and e-eligibility on database/mobile phone/… where identity checks, appoints, up-to-date health information can be made available as-required-time to e-accounting systems?
Why health recording and health accounting of the 19th century still practiced in 21st century?