วันนี้เป็นการฝึกงานอย่างเป็นทางการวันแรกของข้าพเจ้า 

     ช่วงเช้าได้ขึ้นไปห้องปฏิบัติการตัดต่อ โดยมีคุณอนุชิตเป็นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่าย ได้พูดคุยกันว่าข้าพเจ้าทำอะไรได้บ้างและสนใจด้านใดเป็นพิเศษ  ข้าพเจ้าบอกว่าทำ Photoshop,After Effect ได้ และ สนใจด้านถ่ายภาพนิ่ง คุณอนุชิตได้ให้ดูตัวอย่างงานที่ผ่านมาและช่วยเลือกภาพในการทำวิดีทัศน์ของโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ทราบว่าการตีความหมายของบทไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยภาพเสมอไปอาจเป็นการอธิบายด้วยตัวอักษรไปเลยเพราะว่าเป็นงานวิชาการ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องคำนึงถึงเวลาที่มีจำกัดอยู่ด้วย การใส่เอฟเฟคในภาพก็เช่นเดียวกันต้องให้เหมาะสมกับลักษณะงานนั้น ๆ เช่นวิดีทัศน์นี้เป็นงานวิชาการไม่ควรใส่เอฟเฟคที่ลวดลายมาก ต้องทำให้ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายที่ชม ในกรณีที่งานไม่มีสตอรี่บอร์ดผู้ตัดต่อควรมีสคริปไว่ในใจอยู่แล้ว

     ช่วงบ่าย คุณอนุชิตได้สอนให้ตัดต่องานในโปรแกรม Premiere Pro 1.5 ในหัวข้อ

1. การปรับสปีดภาพ

2.ทำภาพย้อนหลัง

3. การปลี่ยนภาพโดยใช้ เอฟเฟค Distort

     และได้มอบหมายงานให้ทำตาม 3 หัวข้อนี้ และใส่ไอเดียในการทำหัวข้อ 1-2 ลงไปด้วย

     ข้าพเจ้าได้เลือกภาพคนปั่นจักรยานมา แล้วตัดให้เป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่ 1 ปรับสปีดปกติ ส่วนที่ 2 ปรับสปีดให้ช้าและทำภาพให้เป็นภาพซีเปีย ส่วนที่ 3 ปรับสปีดเร็ว ส่วนที่ 4 ปรับสปีดเร็วแล้วถอยหลัง เมื่อให้คุณอนุชิตตรวจ ได้ข้อแนะนำดังนี้ ส่วนที่ 1-2 ยังดูธรรมดา แต่ส่วนที่ 3-4 ไอเดียดีดูแล้วรู้สึกชอบเหมือนภาพ Replay กีฬา ในหัวข้อที่ 3 นั้นตรวจแล้วแนะนำว่าดูเหมาะกับงานที่เป็นทางการมากกว่าเพราะเอฟเฟคไม่หวือหวามากนัก

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ คือ

1. โปรแกรม Premiere นี้เป็นโปรแกรมที่ทำอะไรไม่ได้มากจึงต้องใช้โปรแกรมอื่นเข้ามาช่วยงาน อย่างเช่น Photoshop,After Effect ซึ่งตรงกับที่ข้าพเจ้าใช้งานเป็นอยู่แล้ว เพื่อให้งานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

2. เรื่องคุณภาพกับเวลา สามารถอธิบายได้ดังนี้

 คุณภาพงานดีเลิศ  งานส่งไม่ทัน
 คุณภาพงานดี  งานส่งทัน

ซึ่งบางครั้งเราจำเป็นต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่งนี้

3. การอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิที่แตกต่างจากเรามากควรจะวางตัวให้เหมาะสมต้องกระตือรือร้นตัวเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่เข้าใจอะไรต้องถามทันที ไม่ควรอวดฉลาด เพราะว่าจะโง่ในภายหลัง

วันนี้ของการฝึกงานไม่มีอุปสรรคใด